่เว่ยอวิ๋นก็ฝืนหันไปมองดู
เมื่อมองเห็นได้ชัดเจน ดวงตาที่เคยหลุบต่ำของเขาก็เบิกกว้างขึ้นทันที
แม้เสียงจะอ่อนแรงแต่เขาก็รีบถามอย่างเร่งรีบว่า “พวกทหารม้าเหล่านี้เป็นของใครกัน”
หลิวเหนิงส่ายหน้าพลางมองไปยังกองทัพทหารม้าที่กำลังควบม้ามา “ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน แต่ข้ามั่นใจว่าพวกเขาไม่ได้มาดี”
เหตุผลที่เขาพูดเช่นนั้น ก็เพราะทหารเผ่าถ่ามู่ที่คุมกองเกวียน เมื่อเห็นกองทัพทหารม้าแต่ไกล ก็รีบหยุดขบวนและเตรียมพร้อมรับมือทันที
เว่ยอวิ๋นมองเงาดำที่ค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นในระยะไกล อดหัวเราะไม่ได้พลางเอ่ยว่า “ไม่ว่าพวกมันจะเป็นใคร ขอเพียงสามารถจัดการพวกเป่ยหมานพวกนี้ได้ก็พอแล้ว”
เขาพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง พลางพูดไม่หยุด “ตอนนี้ข้ายังตายไม่ได้ อย่างน้อยต้องเห็นพวกเป่ยหมานตายก่อนข้าถึงจะตายตาม อย่างน้อยก็ต้องเดินตามหลังพวกมัน จะได้เตะก้นพวกมันสักสองสามทีตอนลงนรก”
หลิวเหนิงที่อยู่ข้าง ๆ อดพูดไม่ได้ว่า “แล้วถ้าคนพวกนั้นสู้พวกเป่ยหมานไม่ได้ล่ะ”
เว่ยอวิ๋นหันกลับมา “เช่นนั้นข้าก็หวังว่าอีกฝ่ายจะเป็นพวกเป่ยหมานเหมือนกัน หมากัดหมา ต่างก็เจ็บด้วยกันทั้งคู่”
เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ เงาดำในระยะไกลยิ่งใหญ่ขึ้นและชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
หลายคนมองเห็นผู้นำกองทัพทหารม้าฝ่ายตรงข้าม
บุรุษผู้นั้นถือง้าวยาวในมือ นำทัพควบม้าบนทุ่งหญ้า
ข้างกายเขายังมีหมาป่าดำตัวหนึ่งวิ่งเคียงข้างไปด้วยกัน
บนหลังม้า หลี่เต้ามองเห็นขบวนของเผ่าถ่ามู่ในระยะไกล