ในที่สุดพวกจีอูจวินก็กลับมา เจียงเทียนมิ่งสวมอาภรณ์สีน้ำเงินที่บรรจงตัดขนาดเล็กกะทัดรัด ดูแล้วน่าเอ็นดูนัก ตอนนี้รูปลักษณ์ภายนอกของเขายังดูเพียงสามขวบ ทว่าสติปัญญากลับเติบโตถึงสิบเก้าปีแล้ว
“สองเดือนก่อนเขาแอบดื่มเหล้า พอดีมมากเกินไป อยู่ดีๆ ก็ทะลวงขั้นในพริบตา…” เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ จีอูจวินก็จนปัญญายิ่งนัก เจียงเทียนมิ่งบรรลุถึงขั้นท้าสวรรค์สองแล้ว!
เยี่ยสวินตี๋และเทพกระบี่พากันนิ่งเงียบ แม้เหตุการณ์จะล่วงเลยมากว่าสองเดือนแล้ว แต่ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ ใจก็พลันหม่นหมองลงยิ่งนัก พวกเขาต้องทุ่มเทพยายามเพียงใดจึงผ่านขั้นท้าสวรรค์สองมาได้ แต่เจียงเทียนมิ่งกลับแค่กินดื่มไปวันๆ ก็ทะลวงขั้นสำเร็จเช่นนั้นหรือ
ไป๋อี จินอู ไท่วา ไท่ซี ต่างพากันเบิกตากว้างมองเจียงเทียนมิ่งอย่างตกตะลึง ส่วนไป๋หลงกลับไม่ได้สะทกสะท้านเพราะมันยังหลับอยู่ เจียงเทียนมิ่งยิ้มอย่างภาคภูมิ “จะเรียกว่าดื่มมากไปได้อย่างไร นั่นคือข้ากำลังรู้แจ้งมรรคาไร้สิ่งรบกวน พวกท่านถึงปลุกข้าไม่ได้”
เจียงฉางเซิงยกมือขึ้นกวักครั้งหนึ่ง ดึงเขามายังเบื้องหน้าผ่านอากาศแล้วเพ่งพินิจอย่างถี่ถ้วน เจียงเทียนมิ่งเอ่ยอย่างตกใจ “ท่านปู่ทวด ท่านเก่งยิ่งนัก ข้าแข็งแกร่งถึงเพียงนี้แล้วยังถูกท่านหยอกล้อได้ตามใจ”
น้ำเสียงของเขายังมีความเป็นเด็กอยู่ ทว่าหลังออกไปเที่ยวเล่นถึงสามปี บวกกับมีมหาพิภพจิตจรอยู่ เขาก็เข้าใจหลายสิ่งไม่น้อย ไม่ใช่เด็กโ