“มรรคาจารย์…”
หลี่หยา เอียงศีรษะกล่าวด้วยเสียงสั่น ดวงหน้ายังเต็มไปด้วยความปลื้มปีติ
หลินหงเฉิน ที่อยู่ตรงหน้าตำหนักอันห่างไกลหรี่ตาเพ่งมอง สายตาจับจ้องที่เจียงฉางเซิง เขาเองก็มิอาจมองทะลุแสงเทพสุดขอบตะวันได้ เป็นครั้งแรกที่พบเห็นผู้มีอานุภาพเปี่ยมบารมีเช่นนี้
แม่ทัพผู้ซึ่งเคยขมวดคิ้วเพราะผู้คนเยาะเย้ยตำนานของมรรคาจารย์ก่อนหน้านั้น บัดนี้กลับมีสีหน้าเปลี่ยนไป แววตาเต็มไปด้วยความตื้นตัน เขาเองก็เป็นผู้ศรัทธาของมรรคาจารย์ หรือกล่าวให้ถูกก็คือผู้ศรัทธาของมหาเทพผานกู ครั้นรู้ว่าผานกู่คือเทพเซียนภายใต้อาณัติของมรรคาจารย์ เขาจึงเริ่มนับถือมรรคาจารย์เช่นกัน
“เป็นไปได้อย่างไร ลมปราณของข้าสลายไปสิ้นแล้ว…”
แม่ทัพร่างใหญ่เอามือกุมอก ร้องออกมาด้วยความตกตะลึง ถ้อยคำของเขาก่อให้เกิดเสียงอื้ออึงในหมู่แม่ทัพทั้งหลาย พลังของเขาเป็นที่รู้กันทั่ว เหนือกว่าขั้นท้าสวรรค์เก้า บรรลุถึงขั้น จอมราชันยุทธ์ ถือเป็นยอดฝีมืออันดับสองรองจากหลินหงเฉิน
ยอดฝีมือเช่นนี้สูญเสียพลังการต่อสู้ไปในพริบตาอย่างนั้นหรือ? พวกเขาไม่ได้เห็นชัดเจนว่าอีกฝ่ายลงมือกับแม่ทัพร่างใหญ่เช่นไร นั่นต่างหากคือเรื่องที่น่าสะพรึงที่สุด
เจียงฉางเซิงทอดมองหลินหงเฉินจากระยะไกล พริบตาเดียวก็มองออกว่าคนผู้นี้แข็งแกร่งที่สุด น่าจะเป็นเจ้าแห่งฟ้าของตําก่วงเทียน และเป็นอดีตเทพสงครามแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ หลินหงเฉิน!
หืม! เจียงฉางเซิงแอบรู้สึกประ