็จงลงมือมันเสียตอนนี้เลย!”
“หัวหน้า พวกเราจะ…”
เมื่อเห็นเสวียปิงลังเล หลี่เต้าเข้าใจความหมายของเขาทันที สายตาวาบขึ้น ก่อนจะเอ่ยว่า “จัดการปลดอาวุธพวกมันทั้งหมดก่อน”
พูดจบ เขาก็กระตุกบังเหียน ม้าก็พุ่งตรงไปยังแสงไฟที่อยู่ไม่ไกล
เสี่ยวเฮยที่อยู่ข้างกายเขาส่งเสียงหอนก่อนจะวิ่งตามไปอย่างสุดกำลัง
ส่วนจางเมิ่งและคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านหลังเขา เมื่อเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งตื่นเต้น
“ตามหัวหน้าไป พวกเราบุก!!!”
“พวกเป่ยหมานทั้งหลาย พวกเรามาแล้ว!!!”
“บุกเข้าไป ฮ่าๆๆ”
กลุ่มคนและม้าไม่คิดจะปิดบังอำพราง บุกเข้าไปยังค่ายด้านล่างราวกับโจรปล้นสะดม
ในเวลาเดียวกัน เนื่องจากหลี่เต้าไม่ได้ปิดบังความเคลื่อนไหว ดังนั้นไม่นาน ตระกูลเซินหม่าก็พบความผิดปกติภายนอก
เซินหม่านั่งอยู่ในกระโจมพลางขมวดคิ้วฟังเสียงด้านนอก เอ่ยกับตัวเองว่า “ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้อึกทึกนัก? หรือว่าฝูงม้าจะเกิดอาละวาดขึ้น?”
ไม่นานนัก องครักษ์ตระกูลเซินหม่าคนหนึ่งวิ่งเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้น “ท่านหัวหน้าตระกูล ท่านรีบออกไปดูข้างนอกเถิด มีกองกำลังใหญ่กำลังบุกเข้ามาหาพวกเรา ดูท่าทางพวกเขาไม่ได้มาดี”
เมื่อได้ยินดังนั้น เซินหม่าก็นั่งไม่ติด ลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยว่า “เกิดอะไรขึ้น ในเวลาเช่นนี้จะมีกองกำลังใหญ่มาจากที่ใดกัน”
พูดจบก็เริ่มครุ่นคิดถึงสาเหตุ “หรือว่าจะเป็นเรื่องขัดแย้งกับตระกูลเซินฮวาคราวก่อน? ไม่ใช่สิ ก็ชดใช้ค่าเสียหายไปแล้วไม่ใช่หรือ