เผ่าเป่ยหมานมากนัก เพียงพอที่จะรับภารกิจการเดินทางไกลได้
พวกเขาเดินมาถึงเบื้องหน้าหลี่เต้า เสวียปิงอดถามไม่ได้ว่า “หัวหน้า เสบียงแค่สามวันจะพอหรือขอรับ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น เขามองหอกในมือและดาบที่เอวของเสวียปิง แล้วกล่าวตรง ๆ ว่า “ของในมือเจ้านั่นเป็นแค่ของประดับหรือไร?”
เสวียปิงก้มมองสิ่งของในมือ ดวงตาพลันเปล่งประกาย เข้าใจความหมายในคำพูดนั้นทันที
เขาตบหน้าตัวเองทีหนึ่ง “ทำไมข้าถึงคิดไม่ได้นะ พวกเราสามารถเอาคืน โดยการปล้นของพวกเป่ยหมานได้”
จางเมิ่งรีบพูดต่อ “ถูกต้องแล้ว ชาวเป่ยหมานปล้นพวกเราได้ พวกเราก็ปล้นพวกมันได้เช่นกัน”
หลี่เต้าเห็นว่าทุกคนมาพร้อมหน้าแล้ว จึงจับสายบังเหียนพลางกล่าวตรง ๆ ว่า “อย่าคิดมากไปเลย ตอนนี้ออกเดินทางกันเถอะ”
เมื่อออกคำสั่ง เขาก็ควบม้ามุ่งหน้าไปยังเขตกันชน ผู้คนเบื้องหลังต่างควบม้าตามไป
กลุ่มคนจำนวนมากมุ่งหน้าสู่ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่
…
ณ ดินแดนของเผ่าถ่ามู่
เนื่องจากเป็นระบบเผ่า อีกทั้งพื้นที่กว้างใหญ่แต่ผู้คนเบาบาง ดังนั้นผู้คนที่นี่ส่วนใหญ่จึงรวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เร่ร่อนเลี้ยงสัตว์บนทุ่งหญ้าผืนนี้ ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงสามารถรวมตัวเป็นกลุ่มเล็ก ๆ และบางครั้งก็บุกเข้าปล้นสะดมราชวงศ์ต้าเฉียนจากพื้นที่เล็ก ๆ
แต่ราชวงศ์ต้าเฉียนกลับยากที่จะจัดการกับพวกเขาในดินแดนของชนเป่ยหมานทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ชาวเผ่าถ่ามู่ไม่รู้ก็ค