ตรูได้มาถึงนอกด่านฟู่เฟิงในระยะสิบลี้แล้ว คาดว่าพอพวกเขาเตรียมพร้อมก็คงเริ่มสู้รบกันจริง ๆ”
ดวงตาของเสวียปิงเป็นประกาย “หัวหน้า เช่นนั้นท่านหมายความว่า…”
หลี่เต้ากล่าวตรง ๆ ว่า “บอกให้พวกเขาเตรียมตัวไว้ หากมีข่าวว่าด่านฟู่เฟิงเริ่มทำศึก พวกเราก็จะออกเดินทางเข้าสู่ทุ่งหญ้าของชนเผ่าเป่ยหมานทันที”
“รับคำสั่ง!”
…
หลังจากที่เสวียปิงออกจากกระโจม หลี่เต้าพาเสี่ยวเฮยออกมาที่ด้านนอกด้วย
หลี่เต้าเงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วเอานิ้วโป้งกับนิ้วชี้ใส่ปาก ไม่นานก็มีเสียงร้องยาวดังออกมาจากปากของเขา
หลังจากนั้นไม่นาน บนท้องฟ้าก็มีเสียงร้องตอบกลับมา เงาดำขนาดใหญ่ร่อนลงมาจากท้องฟ้า ก่อนจะเกาะลงบนบ่าของหลี่เต้า
“บู๊ว!” เสี่ยวเฮยเห็นเงาดำนั้นก็ส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอทันที
เงาดำนั้นก็ไม่ยอมอ่อนข้อ ส่งเสียงร้องตอบกลับมาเช่นกัน
“เอาล่ะ พวกเจ้าหยุดส่งเสียงรบกวนได้แล้ว” หลี่เต้ามองดูเสี่ยวเฮยกับไป๋เฉี่ยนที่กำลังปะทะคารมกัน พลางเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้
เขาลูบขนของไป๋เฉี่ยน แล้วผูกจดหมายไว้ที่ขาของมัน “ไปส่งจดหมายให้จิ่วเอ๋อร์ด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้น ไป๋เฉี่ยนก็เอาหัวถูไถกับเส้นผมของหลี่เต้าก่อนจะกางปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าสู่ที่ไกล ๆ
หลี่เต้ามองเงาร่างของไป๋เฉี่ยนที่หายลับไป พลางพึมพำกับตัวเอง “หวังว่านางคงไม่โกรธข้า”
ด่านฟู่เฟิงกำลังจะเกิดศึก จิ่วเอ๋อร์ที่อยู่ในเมืองอวิ๋นฉีคงจะได้รับข่าวในไม่ช้า หากไม่รีบเขียนจด