ึงหน้ากองทัพใหญ่อย่างรวดเร็ว
“อย่าคิดจะหนี!” เซินเหล่ยนำคนมาขวางหน้าเสิ่นจงและคนอื่น ๆ ทันที
“ทะลวงสี่ทิศ!!” เสิ่นจงหรี่ตาลง ระดมพลังปราณแท้เข้าสู่หมัดทั้งสอง แล้วพุ่งชกออกไปเบื้องหน้า
เมื่อเห็นดังนั้น เซินเหล่ยก็หรี่ตาลงเช่นกัน ตวาดเสียงดังลั่น “ฆ่า!”
เมื่อเสียงของเขาดังขึ้น เหล่าทหารที่อยู่เบื้องหลังก็ตะโกนพร้อมกัน
ในชั่วขณะถัดมา พลังงานที่มองไม่เห็นก็รวมตัวกันรอบกายของเซินเหล่ย “ขวางมันไว้!”
เซินเหล่ยระดมพลังปราณในร่างโต้กลับ พลังปราณปะทะกันกลางอากาศ ทำให้อากาศรอบข้างหยุดนิ่งไปชั่วครู่
โครม!
จู่ ๆ ก็มีเสียงดังสนั่น เซินเหล่ยและทหารม้าจำนวนมากที่อยู่เบื้องหลังเขาต่างถอยกรูดไปด้านหลัง หลายคนถูกแรงปะทะกระเด็นออกไป
แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือการโจมตีระดับปรมาจารย์กลับไม่สามารถสังหารผู้คนได้มากนัก
ใบหน้าของเสิ่นจงแดงก่ำ มีเลือดสดไหลออกจากมุมปาก
“ท่านแม่ทัพ!” จ้าวถ่งและคนอื่น ๆ ร้องออกมาโดยสัญชาตญาณ
เสิ่นจงมองดูเซินเหล่ยและคนอื่น ๆ ที่ถอยร่นไป เอ่ยเสียงทุ้มว่า “อย่าชักช้า เดินหน้าต่อไป”
อาศัยจังหวะที่กองทัพฝ่ายตรงข้ามแตกกระเจิงชั่วคราว เสิ่นจงนำหน้าบุกเข้าไปในฝูงชน
เมื่อเผชิญหน้ากับการบุกโจมตีของเสิ่นจง แม่ทัพหลายคนที่ซ่อนตัวอยู่ในกองทัพต่างทยอยออกมา
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตกใจก็คือ แม้เสิ่นจงจะมีวรยุทธ์ระดับปรมาจารย์ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับการโอบล้อมของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนกลับไม่สามารถ