วงตะวันส่องสว่าง ผู้คนมิอาจมองเห็นใบหน้าเทพได้ ที่แท้ก็เป็นเรื่องจริง!”“เฟิ่งเทียนรอดแล้วหรือ”
เหล่าราษฎรและผู้ฝึกยุทธ์ทั่วเมืองต่างร้องออกมาด้วยความตื่นตะลึง บ้างปลื้มปีติ บ้างแผดเสียงก่นด่า สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องไปยังเงาร่างที่ล่องลอยบนฟากฟ้า
หลินหงเฉินจ้องมองเจียงฉางเซิงแน่นิ่ง ภายนอกดูสงบแต่ภายในใจกลับปั่นป่วนดังฟ้าฟาด การลงมือของอีกฝ่ายทำให้เขาขนลุกซู่ หากถอนตัวกลับไปในยามนี้ เกียรติภูมิที่สะสมไว้ก็จะพังทลาย ในตําก่วงเทียนผู้คนล้วนเชื่อว่าเขาคือผู้ไร้เทียมทานเพราะประวัติการศึกที่ไม่เคยพ่ายแพ้ผู้ใดมาก่อน
เขารู้สึกได้ว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังจ้องมองตน และเหตุที่อีกฝ่ายยังไม่ลงมือก็เพราะรอคอยการตัดสินใจของเขา หากไม่ถอยก็ต้องสู้ตาย หลินหงเฉินบุกตะลุยใต้หล้ามาหลายร้อยปี เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงแรงกดดันเช่นนี้ พลังของอีกฝ่ายแม้ไม่ดุดันเท่าผู้แข็งแกร่งเผ่าปีศาจหรือจักรพรรดิยุทธ์แห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับกดดันอย่างไร้สุ้มเสียง น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าฟ้าดินเงียบงัน
อย่างน้อยหลินหงเฉินก็ไม่อาจได้ยินเสียงใดอีก มองไม่เห็นสิ่งอื่นใด สายตาเขามีเพียงเจียงฉางเซิง บรรดาแม่ทัพรอบกายล้วนรู้สึกถึงบางสิ่ง ไม่กล้าพูดมาก ต่างรอคอยอย่างตึงเครียด
แม่ทัพผู้ศรัทธาเซ่นไหว้ผู้นั้นไม่ได้เห็นว่าหลินหงเฉินไร้เทียมทานมานานแล้ว เขาเพียงติดตามหลินหงเฉินเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ บัดนี้กำลังสวดภาวนาอยู่ในใจ
‘เจ้าแห่งฟ้า