จ้าไปฉลองคนเดียวก็แล้วกัน” หลี่เต้าเพียงแค่ใช้ปลายเท้าดันเบา ๆ จางเมิ่งก็ลอยหงายหลังล้มคะมำ
พูดจบ เขาก็ไม่ให้โอกาสคนอื่นได้หัวเราะเยาะ สั่งการทันที “ให้คนจากกองที่หนึ่งและสองจัดการสนามรบ”
“กองที่สามและสี่จับกุมเชลยศึก หากผู้ใดขัดขืนให้สังหารทันที” “กองที่ห้าและหกไปเก็บศพ ส่วนศพที่เหลือให้กองรวมกันแล้วเผาทิ้ง”
ภายใต้คำสั่งที่ทยอยออกมา ทุกคนต่างตื่นตัวและรีบตอบรับทันที การรบครั้งนี้หลี่เต้าได้สลักความน่าเกรงขามลงในใจทุกคนอย่างถาวร
แม้แต่พวกหัวหน้ากองร้อยก็ยังยอมรับหลี่เต้าจากก้นบึ้งของหัวใจ ขณะที่อยู่ใต้การบัญชาของเขา พวกเขาไม่มีความขุ่นเคืองใจแม้แต่น้อย
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย หัวหน้ากองร้อยคนหนึ่งมาพบหลี่เต้าก่อนจะกล่าวด้วยท่าทีนอบน้อม
“ท่านผู้บัญชาการ นี่คือผลสรุปของการรบครั้งนี้” คำว่าผู้บัญชาการที่เอ่ยออกมานั้นฟังดูคล่องปาก ราวกับได้ขบคิดมานานแล้ว
หลี่เต้ารับกระดาษมาดูแวบหนึ่ง เอ่ยเสียงเบา “สูญเสียไปกว่าสี่ร้อยคนหรือ?”
“ท่านผู้บัญชาการไม่ต้องคิดมาก การเสียสละเช่นนี้เป็นเรื่องปกติ ที่นี่คือชายแดน แทบทุกวันมีผู้คนล้มตายมากมาย”
“แม้พวกเราจะสูญเสียทหารไปกว่าสี่ร้อยนาย แต่ก็สังหารศัตรูได้มากกว่าหลายเท่า เชื่อว่าพี่น้องที่จากไปคงรู้สึกคุ้มค่าแล้ว”
หลี่เต้าวางกระดาษลงพลางกล่าวว่า “จงบันทึกความดีความชอบเป็นสิบเท่าของทหารที่ยังมีชีวิต หากไม่พอก็ให้หัก