ใด ทั้งที่เป็นเพียงรอยยิ้มธรรมดา แต่กลับทำให้เซินไห่รู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งร่าง
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้เขารีบพยักหน้าตอบว่า “ถูกต้องขอรับแม่ทัพ ข้าไม่อยากตาย”
“ถูกต้องแล้ว” สีหน้าของเซินเจ๋อค่อย ๆ กลับมาสงบนิ่ง เขามองศพผู้ช่วยที่ตายตาไม่หลับบนมือ แล้วโยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจ
“รอให้แผนการของเผ่าครั้งนี้สำเร็จ ข้าจะทูลองค์ราชาขอพระราชทานบำเหน็จให้เจ้า บิดามารดาของเจ้าก็คือบิดามารดาของข้า สตรีของเจ้า ข้าจะดูแลนางให้ดีแทนเจ้าเอง”
ทุกถ้อยคำที่เอ่ยออกมา เซินไห่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินชัดเจน แต่กลับไม่กล้าเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว
หลังจากปลอบใจตนเองแล้ว เซินเจ๋อมองไปยังเมืองหวงซาที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด “ไปกันเถอะ ฆ่าทุกคนในเมืองหวงซาให้สิ้น”
ทว่า ขณะที่ทั้งสองกำลังจะลงมือ เสียงหนึ่งก็ดังมาจากที่ไม่ไกล เมื่อได้ยินเสียงนั้น ร่างของทั้งสองก็สั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว
สีหน้าของเซินเจ๋อเปลี่ยนจากตกตะลึง เป็นลนลาน และสุดท้ายก็บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เขารีบหันไปมองทางต้นเสียงทันที
“เจ้ายังไม่ตายได้อย่างไร?!” คนที่พูดไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหลี่เต้านั่นเอง ตอนนี้เขายืนอยู่ที่เดิม บริเวณลำคอมีบาดแผลลึก
แต่กลับไม่มีเลือดไหลออกมาแม้แต่น้อย มีเพียงกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเลือดวิเศษ สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวคือ เนื้อที่ฉีกขาดกำลังสมานตัวในความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
หลี่เต้าพึมพำในใจ “ระบบ” [นายท่าน : หลี่เต้