ใจเองเถอะ”แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจก็มีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาแล้วหากสิ่งที่เขาคิดเป็นความจริง ทุ่งราบแห่งนี้คงจะน่าสนใจไม่น้อยในเร็ว ๆ นี้
…ไม่นานหลังจากนั้น ทุกคนก็กลับมาถึงเมืองหวงซา ภายในกระโจมใหญ่ของค่าย“อะไรนะ? พวกเจ้าถูกโจมตีโดยพวกเป่ยหมานเผ่าถ่ามู่ระหว่างลาดตระเวนในเขตกันชนหรือ?”จ้าวถ่งตบโต๊ะลุกขึ้นกล่าวด้วยความตกตะลึงการยั่วยุกับการโจมตีเช่นนี้นับเป็นคนละเรื่องกัน
“ขอรับ ในนั้นมีผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนสองคน ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนหลายสิบคน และทหารอีกนับร้อยนาย” หลี่เต้ารายงาน“มากขนาดนั้นเชียว?” จ้าวถ่งถามต่อ “ตามที่เจ้าเล่ามา แล้วพวกเจ้ากลับมาได้อย่างไร? แล้วพวกเผ่าถ่ามู่เล่า?”“พวกข้าขี่ม้ากลับมาตามปกติ ส่วนคนพวกนั้นที่ท่านถาม อยู่ด้านนอก แม่ทัพจ้าวไปดูได้”
จ้าวถ่งรีบเดินออกไปด้านนอก พบว่าจางเมิ่งและคนอื่น ๆ ล้วนอยู่ด้านนอก“หลี่เต้า คนที่เจ้าพูดถึงอยู่ที่ใด?” จ้าวถ่งกวาดสายตามองไปรอบ ๆ“เสวียปิง”“ขอรับ”เสวียปิงหยิบถุงป่านออกมาจากหลังม้า โยนลงบนพื้น แล้วใช้มีดกรีดมันร่างไร้วิญญาณสองร่างร่วงออกมา รอบ ๆ ร่างนั้นเต็มไปด้วยใบหูข้างซ้ายที่เพิ่งถูกตัดมาใหม่ ๆ
“ร่างไร้วิญญาณสองร่างนี้คือผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนทั้งสองคน หากท่านแม่ทัพจ้าวไม่เชื่อก็ตรวจสอบดูได้”“ส่วนใบหูข้างซ้ายเหล่านั้นเป็นของศัตรูที่เหลือ”หลี่เต้าพูดอย่างละเอียดอยู่ด้านข้าง ทว่าจ้าวถ่งกลับตกตะลึงจนแทบไม่ได้ยินอย่างอื่นเ