มีตำราฝึกทหารที่สืบทอดมาจากตระกูลงั้นรึ เจ้าหนุ่มนี่ ดูเหมือนเจ้าไม่ธรรมดาเลยนะ” เพราะคนที่มีตำราฝึกทหารที่สืบทอดมาจากตระกูล บรรพบุรุษมักจะมีผู้มีความสามารถโดดเด่น เนื่องจากกองทหารพิเศษทุกหน่วยล้วนทิ้งร่องรอยไว้ในประวัติศาสตร์
จ้าวถ่งลังเลครู่หนึ่ง เงยหน้าขึ้นถาม “แล้วเจ้ามาหาข้าครั้งนี้หมายความว่าอย่างไร”
“การฝึกทหารถึงแม้จะไม่เท่ากับการฝึกของผู้ฝึกยุทธ์แต่ก็ยังต้องใช้ทรัพยากรบางอย่าง” หลี่เต้ากล่าวอย่างอ้อมค้อม
จ้าวถ่งชะงักไป พอได้สติก็พูดอย่างหงุดหงิด “เจ้าหนุ่ม เจ้าพูดจาอ้อมค้อมเช่นนี้ …คือต้องการเงินใช่หรือไม่?”
หลี่เต้าตอบ “ท่านก็บอกมาเลยว่าจะให้หรือไม่ให้”
จ้าวถ่งหมดความอดทนทันที “นี่!! เจ้าพูดเหมือนข้าเป็นหนี้เจ้าอย่างไรอย่างนั้น”
“ไม่ใช่หรือ?” หลี่เต้าอธิบาย “ท่านบอกมาสิว่าพวกเราเป็นทหารใต้บังคับบัญชาของท่านหรือไม่? แล้วถ้าใช่แล้วจะเป็นไรไป หากทหารใต้บังคับบัญชาของท่านแข็งแกร่งขึ้น ท่านก็จะแข็งแกร่งขึ้นด้วยมิใช่หรือ?”
“ก็เป็นเช่นนั้น”
“เมื่อท่านแข็งแกร่งขึ้น ก็จะสามารถนำพวกเราสร้างความดีความชอบในสงครามได้มากขึ้น ท่านก็จะมีหน้ามีตา และยังสามารถใช้ความดีความชอบเลื่อนยศถาบรรดาศักดิ์ได้ด้วย”
“พูดมาก็มีเหตุผลอยู่”
หลี่เต้าตบมือแล้วกางแขนออกทั้งสองข้าง “เช่นนั้นท่านว่าข้าฝึกทหารเพื่อผู้ใดกันเล่า”
จ้าวถ่งตอบโดยไม่ทันคิด “เพื่อตัวข้าหรือ?”
“หากเป็นเพื่อตัวท่าน การเสียสละบ้างก็ไม่ม