ีปัญหากระมัง”
“หากเพื่อตัวท่าน ย่อมไม่มีปัญหา”
“เช่นนั้นท่านยังลังเลอันใด จ่ายเงินมาเถิด” หลี่เต้ายื่นมือออกไปตรงหน้าจ้าวถ่งที่ยังคงอยู่ในภวังค์
“อา… ไม่ถูก… รอก่อน รอก่อน” จ้าวถ่งส่ายหน้าไปมา รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เจ้าหนุ่มตรงหน้าผู้นี้เป็นผู้ต้องการฝึกทหาร แต่เหตุใดความรับผิดชอบจึงตกมาอยู่ที่ตัวเขา
หลี่เต้ารุกไล่ต่อทันที “ยังจะรออะไรอีก ท่านต้องลงทุนก่อนถึงจะได้ผลตอบแทน วันนี้ท่านลงทุนหนึ่งตำลึงทอง ปีหน้าก็จะได้ผลตอบแทนสิบตำลึงทอง ยิ่งลงทุนมาก ผลตอบแทนก็ยิ่งมาก และหากพลาดโอกาสครั้งนี้ไป ครั้งหน้าที่จะลงทุนคงไม่ใช่แค่จำนวนเท่านี้แล้ว ขอบอกท่านอีกอย่าง กองทัพที่ข้าฝึกนั้นเก่งกาจนัก เป็นกองทัพที่หายสาบสูญไปจากประวัติศาสตร์นับร้อยปีแล้ว หากฝึกสำเร็จ ท่านจะได้จารึกนามไว้ในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน”
จ้าวถ่ง “…” ตอนแรกเขาไม่รู้สึกอะไร แต่พอได้ยินเรื่องจารึกนามในประวัติศาสตร์ หัวใจเขาก็สั่นไหวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ชั่วชีวิตหนึ่งของคน ย่อมต้องทิ้งอะไรบางอย่างไว้บ้าง โดยเฉพาะสำหรับพวกแม่ทัพอย่างพวกเขา ชื่อเสียงที่ทิ้งไว้หลังความตายนั้นมีค่ายิ่งกว่าชีวิตเสียอีก
คิดอยู่พักหนึ่ง เขารู้สึกว่าตนเองกำลังจะฉลาดขึ้น สุดท้ายจึงตัดสินใจพูดว่า “ได้ ข้าจะให้ทรัพยากรแก่พวกเจ้า”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เต้าก็แย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ
“แต่ว่า” แม้จ้าวถ่งจะยังคิดไม่กระจ่างนัก แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ จึงกล่าว