านี้เป็นอย่างไรบ้าง?”
ราชาถ่ามู่จ้องมองชายร่างท้วมผู้สวมอาภรณ์แปลกตา ประดับประดาด้วยทองและเงินทั่วร่าง พลางถาม
เมื่อได้ยินดังนั้น เซินถูก็คุกเข่าลงอย่างเชื่องช้า ก้มศีรษะกล่าวอย่างนอบน้อม “ทูลฝ่าบาท ความขัดแย้งภายในเผ่าลั่วอวิ๋นภายหลังการสิ้นพระชนม์ขององค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋น ทำให้ฝ่ายเหยี่ยวค่อย ๆ ได้อำนาจในการควบคุม พวกเขาเห็นด้วยกับความคิดที่จะเป็นพันธมิตรกับพวกเรา แต่ข้อเรียกร้องของพวกเขาค่อนข้างโลภมาก กระหม่อมไม่กล้าตัดสินใจเอง”
“โอ้” แววตาของราชาถ่ามู่เคลื่อนไหวเล็กน้อย “ข้อเรียกร้องของพวกเขาคืออะไร?”
“วัวและแกะสองหมื่นตัว ม้าพันธุ์ดีสามพันตัว อีกทั้งทองและเงิน และสุดท้าย…” เซินถูกล่าวเสียงเบา “สุดท้ายพวกเขายังต้องการผลประโยชน์สองส่วนหลังจากแผนการของพวกเราสำเร็จ”
“ผลประโยชน์สองส่วน?” ราชาถ่ามู่หัวเราะเยาะก่อนเอ่ยว่า “ช่างกล้าเรียกร้องเสียจริง”
“พ่ะย่ะค่ะ แล้วพวกเราควรตอบพวกเขาว่าอย่างไร?”
“ผลประโยชน์สองส่วนงั้นรึ? บอกพวกเผ่าลั่วอวิ๋นว่าได้ แต่ว่า…” ราชาถ่ามู่มองเซินถูแล้วกล่าวเสียงเรียบว่า “แต่ข้าต้องการให้พวกเขาส่งกำลังทหารมาช่วยพวกเราครึ่งหนึ่ง”
“ฝ่าบาท หากพวกเขาไม่ยินยอมเล่า?”
“ไม่ยินยอมรึ? เช่นนั้นก็บอกคนของเผ่าลั่วอวิ๋นตรง ๆ ไปเลยว่า หากพวกเขาไม่ร่วมมือ พวกเราก็จะติดต่อไปหาเพื่อนบ้านที่ดีของพวกเขา นั่นก็คือเผ่าหูเหยียน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเซินถูก็เป็นประกาย เขาก้