มศีรษะกล่าวว่า “ฝ่าบาททรงพระปรีชาญาณยิ่ง เผ่าหูเหยียนกับเผ่าลั่วอวิ๋นมีความแค้นเก่า พวกเขาคงไม่ปล่อยให้พวกเราหันไปติดต่อกับเผ่าหูเหยียนแน่”
ราชาถ่ามู่โบกมือ เซินถูจึงหมุนตัวเดินจากไป จากนั้นเขาจึงหันไปมองบุรุษที่อยู่ทางขวามือ
“เซินต้า เรื่องของเผ่าเลี่ยหั่วเป็นอย่างไรบ้าง?”
เซินต้าก้าวออกมาทูลตรง ๆ ว่า “ทูลฝ่าบาท เผ่าเลี่ยหั่วก็มีข้อเรียกร้องเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้อเรียกร้องอะไร?”
“พวกเขาหวังว่าพวกเราจะมอบเหมืองเหล็กขนาดกลางที่อยู่ใกล้กับเผ่าเลี่ยหั่วให้พวกเขา”
“เหมืองเหล็กหรือ…” ราชาถ่ามู่ลังเลชั่วครู่ก่อนเงยหน้าขึ้นกล่าว “ตกลง ถึงอย่างไรสิ่งเหล่านี้ก็ไม่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธยุทโธปกรณ์ได้ในตอนนี้ แต่ก็อย่าให้เสียเปรียบมากเกินไป พยายามเจรจาต่อรองเอาอาวุธยุทโธปกรณ์จากมือคนเผ่าเลี่ยหั่วให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้นำมาติดอาวุธให้ชายชาวเผ่าถ่ามู่ของพวกเรา ลดการสูญเสียของพวกลง”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
เมื่อนึกถึงความสูญเสียเหล่านี้ ราชาถ่ามู่ก็นึกถึงเรื่องน่าปวดหัวในช่วงก่อนหน้านี้ หากจัดการเรื่องเหล่านั้นให้เรียบร้อยได้ ก็คงไม่ต้องมายุ่งยากเช่นนี้ และไม่ต้องลากยาวมาจนถึงตอนนี้
ราชาถ่ามู่นวดขมับพลางเบนสายตาไปมองแม่ทัพร่างบึกบึนผู้หนึ่ง
“เซินเก๋อ เรื่องที่ข้าให้เจ้าทำช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
แม่ทัพนามว่าเซินเก๋อก้าวออกมากล่าวว่า “ทูลฝ่าบาท แผนการก่อกวนก่อนหน้านี้ราบรื่นดี ค่ายทหารต้าเฉียนส่วนใ