หญ่ที่อยู่ใกล้เขตกันชนทนการรบกวนไม่ไหว ตอนแรกพวกเขายังไล่ตามอย่างบ้าคลั่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปนาน พบว่าพวกเราแค่หยอกล้อเล่นกับพวกเขาเท่านั้น พวกเขาก็เริ่มหย่อนยานลง”
“แต่วันนี้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ค่ายหวงซาที่ปะทะกับพวกเราอย่างยาวนาน หน่วยทหารม้าที่ส่งออกไปจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา เป็นไปได้มากว่าพลีชีพแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น ราชาถ่ามู่จึงถามว่า “ค่ายหวงซาหรือ?”
“นั่นคือค่ายใหญ่ที่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับพวกเราอย่างรุนแรงใช่หรือไม่?”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
“เช่นนั้น นอกจากค่ายหวงซาแล้ว ที่อื่น ๆ ราบรื่นดีใช่หรือไม่?”
“ทุกที่ดำเนินการไปด้วยดีพ่ะย่ะค่ะ”
ราชาถ่ามู่พยักหน้า “เช่นนั้นก็ดีแล้ว มีเพียงที่เดียวเท่านั้นที่มีปัญหา รอให้ที่อื่น ๆ จัดการเรียบร้อยก่อน ถึงเวลานั้นค่อยจัดการกับค่ายหวงซาโดยเฉพาะ”
จากนั้นราชาถ่ามู่กวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วมองขุนนางคนอื่น ๆ “ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่มีค่าที่สุดของพวกเรา พวกเจ้าจงจัดการงานในมือให้เรียบร้อย หากผู้ใดก่อปัญหาขึ้นมา ผู้นั้นต้องรับผิดชอบด้วยทั้งตระกูล”
“พ่ะย่ะค่ะ!” เหล่าขุนนางคุกเข่าลงพร้อมกัน
…
ค่ายหวงซา เมื่อรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่มาเยือน
“ฮ่าๆๆ พี่จาง พวกเจ้าเป็นอะไรไปหมด เมื่อคืนไปขโมยของมาหรือ?”
“ทำข้าตกใจหมด หรือว่าเมื่อคืนแม่ทัพจ้าวไปตรวจกองที่หกของพวกเจ้า?”
“โธ่เอ๊ย ดูสภาพที่โดนตีสิ น่าสงสารจริงๆ”
ขณะล้างหน้าล้างตาในยามเช้า ผู้คนจากกระโจมอื่น ๆ ท