ถามหน่อยว่าที่นี่คือกองที่หกใช่หรือไม่?”
ชายร่างกายยำหันหน้ามามอง สีหน้าแข็งค้าง เมื่อพบว่าคนที่ตนเองพูดถึงเมื่อครู่มาปรากฏตัวแล้ว เมื่อเห็นทุกคนต่างเงียบงัน หลี่เต้าจึงถามต่อ “ขอถามว่าที่นี่คือกองที่หกใช่หรือไม่?”
ชายร่างกายยำยังคงเงียบ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูด แต่เพราะเขาประหม่าจนพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ทั้งที่อีกฝ่ายดูมีรูปร่างเล็กกว่าเขามาก แต่เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าอีกฝ่าย กลับรู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น ทำให้เขาถอยกรูดโดยสัญชาตญาณ
พึงรู้ไว้ว่าเขาไม่เพียงแต่มีพละกำลังมหาศาล แต่ยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับสี่ และยังเป็นยอดฝีมือที่หาตัวจับยากในค่ายหวงซา ในที่สุด หลังจากต่อสู้กับความรู้สึกภายในใจอยู่พักใหญ่ เขาก็เริ่มพูดออกมาได้ และแล้ว… “ใช่…ใช่แล้ว นี่คือกองที่หก” เขาพูดติดอ่างออกมาเช่นนั้น
“ขอบคุณ” หลี่เต้าพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังกระโจมที่อยู่ด้านหลังกลุ่มคน ในค่ายหวงซา นอกจากหัวหน้ากองร้อยและแม่ทัพใหญ่แล้ว คนที่เหลือทั้งหมดต้องพักในกระโจมรวม ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ใด เขาเพิ่งมาถึงก็ต้องทำตามกฎเช่นกัน
หลังจากหลี่เต้าเข้าไปในกระโจมแล้ว ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างถอนหายใจอย่างโล่งอกโดยไม่รู้ตัว เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น ไม่เพียงแต่ชายร่างกายยำที่รู้สึกตึงเครียด พวกเขาก็รู้สึกเช่นกัน ต่างกันตรงที่พวกเขาเครียดเพราะผลงานการต่อสู้ของอีกฝ่ายในวันนี้
“จางเมิ่ง เจ้