าเป็นอะไรไป?” ทันใดนั้นเอง ผู้คนรอบข้างเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติในตัวชายร่างกายยำผู้นั้น ร่างกายที่เมื่อครู่ยังดูแห้งสนิทไร้เหงื่อ กลับเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดขึ้นทั่วทั้งตัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ สีหน้าของเขาซีดเผือดลงราวกับคนที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์น่าหวาดหวั่น หรือต้องเผชิญกับความกดดันอันหนักอึ้งในจิตใจ
เมื่อได้สติกลับคืนมา จางเมิ่งส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่มีอะไร ข้าแค่รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวนิดหน่อยเท่านั้นเอง”
เสียงหัวเราะขบขันดังแทรกขึ้นจากผู้คนในบริเวณใกล้เคียง หนึ่งในนั้นกล่าวหยอกล้อด้วยน้ำเสียงเย้าหยอกว่า “เฮ้อ! เมื่อครู่เจ้ามิใช่หรือที่ประกาศปาว ๆ ว่าจะจัดการเขาได้อย่างง่ายดาย? แล้วเหตุใดถึงยังไม่ลงมือเสียทีเล่า หรือเจ้ามัวลังเลอะไรกันอยู่?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จางเมิ่งจ้องคนพูดอย่างดุดัน แต่ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม จนถึงตอนนี้เขายังไม่สามารถฟื้นตัวจากความรู้สึกเมื่อครู่ได้อย่างสมบูรณ์ ในตอนนี้ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไม ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ทำไมตัวเขาถึงรู้สึกกลัว ไม่ใช่ความกลัวทางจิตใจ แต่เหมือนเป็นสัญชาตญาณของร่างกายที่ต่อต้านไม่ให้เขาทาอะไรอื่นมากกว่า
หลังจากเดินเข้าไปในกระโจม สายตาของเขากวาดมองเตียงนอนที่เรียงกันเป็นแถวสองแถวอย่างเป็นระเบียบ เตียงเหล่านี้ถูกจัดไว้สำหรับการนอนรวม ซึ่งดูแล้วน่าจะรองรับผู้คนได้ถึงยี่สิบคน ในขณะเดียวกัน กลิ่นประหลาดบางอย่างในอากาศก็ล