้เพียงกรณีเดียวเท่านั้น จ้าวถ่งสูดหายใจลึก รู้ว่าตนเองอาจได้พบกับปัญหาใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งค่ายหวงซาจนถึงบัดนี้
เขากระโดดลงจากหลังม้า จากนั้นก้าวเดินอย่างมั่นคงผ่านแอ่งเลือดที่ขังอยู่บนพื้นดิน เสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำผ่านของเหลวสีแดงฉานดังขึ้นเป็นจังหวะ ราวกับเสียงสะท้อนของความเงียบงันในสมรภูมิ เขาเดินมุ่งหน้าไปยังกองศพที่กระจัดกระจายอยู่รอบ ๆ ดวงตาจับจ้องอย่างแน่วแน่ ราวกับกำลังค้นหาสิ่งสำคัญที่ซ่อนอยู่ในกองเลือดและซากศพเหล่านั้น
ในที่สุด หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็พบสิ่งที่ตามหา ศพหนึ่ง! มันคือศพของหัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมานผู้ที่เคยส่งคนมายั่วยุค่ายหวงซาของพวกเขาหลายครั้ง ก่อนหน้านี้ตอนที่สกัดกั้นทหารม้าเป่ยหมานเขาก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมไม่เห็นผู้นำของพวกมัน ที่แท้ก็ตายอยู่ที่นี่
จ้าวถ่งย่อตัวลง สายตาจับจ้องที่รอยลึกบนลำคอของศพ บาดแผลใหญ่มาก เกือบจะฉีกลำคอขาดออกจากกัน เหลือเพียงเนื้อเยื่อบาง ๆ เชื่อมต่อกันไว้ ทั่วร่างไม่มีร่องรอยบาดแผลที่อื่นเลย เขาหลับตาลงแล้วจินตนาการเหตุการณ์ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็ลืมตาขึ้นด้วยสีหน้าตกตะลึง