พาลเพื่อแสดงตัวตนและลดความยุ่งยากให้ตัวเอง
ทางออกของหุบเขาไม่ได้อยู่ไกลมาก ไม่นาน ทุกคนก็มาถึงทางออกหุบเขา เมื่อพวกเขาเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นคาวเลือดอันรุนแรงก็ลอยโชยเข้าสู่จมูกจนแทบทำให้ทุกคนหยุดชะงัก กลิ่นนั้นหนักหน่วงและชวนให้ขนลุก ราวกับเป็นประกาศิตแห่งความตายที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ
เมื่อพวกเขาสังเกตมองภาพตรงหน้าให้ชัดเจนขึ้น ทั้งจ้าวถ่งและเหล่าทหารอันธพาลจากค่ายหวงซาต่างพากันตะลึงงัน ราวกับถูกตรึงไว้กับที่โดยสิ่งที่ได้เห็น ภาพเบื้องหน้าช่างโหดร้ายและน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก เศษชิ้นส่วนบนร่างกายของทหารม้าเป่ยหมานและม้าศึกกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ เลือดสดไหลนองจนพื้นดินกลายเป็นสีแดงฉาน
เมื่อพวกเขาสู้รบกับทหารม้าเป่ยหมานยังสามารถทิ้งซากศพที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ไว้ได้บ้าง แต่ภาพตรงหน้านี้กลับเป็นเช่นไร? ราวกับโรงฆ่าสัตว์ มีแต่เศษแขนขาและเลือดที่กระจายเป็นฝอย ไม่มีศพที่สมบูรณ์แม้แต่ศพเดียว พื้นโดยรอบเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดราวกับถูกชำระล้างด้วยเลือด
หลังจากที่ตั้งสติได้ จ้าวถ่งหันไปมองชายหนุ่มรูปงามที่นั่งนิ่งอยู่บนหลังม้า ดูเหมือนหลี่เต้าจะสังเกตเห็นสายตาของจ้าวถ่ง จึงตอบกลับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ทว่ารอยเลือดที่เปื้อนอยู่บนแก้มของเขากลับทำให้รอยยิ้มนั้นดูชวนขนลุก
พูดตามตรง จ้าวถ่งไม่อาจเชื่อมโยงภาพตรงหน้ากับทหารใหม่ผู้นั้นได้เลย มันช่างดูขัดแย้งกันเหลือเกิน แต่ตามที่เสวียปิงบอกมา มีความเป็นไปได