ปีเหยียนหยวนที่ยี่สิบหก
หนึ่งปีหลังจากฟ้าดินในห้วงฝันเปิดใช้อย่างเป็นทางการ ยามเที่ยงตรงเจียงฉางเซิงตรวจสอบแต้มเซ่นไหว้ตลอดปีที่ผ่านมา
แต้มเพิ่มขึ้นถึงห้าร้อยล้าน ส่วนจำนวนผู้ศรัทธาของเขามิได้พุ่งพรวด แสดงให้เห็นว่าผลลัพธ์นี้ล้วนมาจากผู้ศรัทธาเก่าเท่านั้น ย่อมสะท้อนถึงประสิทธิผลของฟ้าดินในห้วงฝัน
บัดนี้สรรพชีวิตในฟ้าดินในห้วงฝันมีมากมายจนเหลือคณานับ กระทั่งเริ่มมีผู้ศรัทธาจำนวนมากจมปลักอยู่ในนั้น อย่างไรผู้คนที่มีศรัทธาล้วนมีสิ่งที่ตนแสวงหา หรือมิอาจฝ่าฟันในชีวิตจริงได้ มีสถานที่เช่นนี้ให้หลีกหนี พวกเขาย่อมหลงใหลเป็นธรรมดา
เจียงฉางเซิงตั้งนามให้แดนแห่งนี้ว่า มหาพิภพจิตจร นามนี้ได้ฝังรากลงในใจของเหล่าผู้ศรัทธาโดยทั่วกัน
เขายังได้ตั้งเกาศิลาขนาดมหึมาไว้กลางนครลอยฟ้า แต่ละแผ่นสลักวิชายุทธ์ที่แตกต่างกันไป นับเป็นการตอบแทนเหล่าผู้ศรัทธาอีกทางด้วย
เหนือจากนั้นผู้ศรัทธายังสามารถแลกเปลี่ยนวิถียุทธ์กันได้ด้วย มีศรัทธาร่วมกันจึงทำให้พวกเขาสนิทสนมกันง่ายยิ่งนัก
เจียงเจี่ยนและหลินเฮาเทียนก็เคยมาเยือนมหาพิภพจิตจรเช่นกัน ทว่าทั้งสองอยู่ลึกในไท่ฮวงจึงไม่กล้าจมปลักจนเกินควร
การปรากฏตัวของมหาพิภพจิตจรทำให้ลานเรือนไม่มีชีวิตชีวาเช่นแต่ก่อน หลังจากทุกคนฝึกวิชาเสร็จแล้วก็มักจะหมกมุ่นอยู่ภายในห้วงฝัน จนเจียงฉางเซิงรู้สึกจนใจอยู่บ้าง แต่ไม่ว่าจะประการใด มหาพิภพจิตจรช่วยเร่งอัตราเพิ่มของแต้มเซ่นไหว้ได้ ถ