ในหุบเขาแล้ว หากต้องการกลับไปยังเขตกันชนจะต้องผ่านหุบเขาไปจนสุดเท่านั้น
หัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมานนำทางอยู่ข้างหน้า ผู้ช่วยคนหนึ่งของเขาพูดอย่างร่าเริงว่า “หัวหน้า คราวนี้จะเล่นอะไรอีกงั้นหรือ?”
“หรือว่าท่านจะใช้ประโยชน์จากหุบเขานี้?”
หัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมานยิ้มอย่างมั่นใจ “ฮ่า ๆ ๆ แน่นอน ม้าของต้าเฉียนไม่เร็วเท่าม้าของพวกเราชนเผ่าเป่ยหมาน พวกเขาจะเก่งกาจแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์”
“การเล่นในที่ราบอย่างเดียวมันไม่สนุก ไหน ๆ ก็เล่นอะไรที่ท้าทายกว่าเดิมเสียเลย”
“หากขี่ม้าผ่านหุบเขานี้ นอกจากจะประลองความเร็วแล้ว ยังต้องประลองฝีมือการขี่ม้าด้วย การเหยียบย่ำชาวต้าเฉียนพวกนั้นทั้งสองด้านจะไม่ยิ่งสนุกกว่าหรือ”
พูดจบ เขากวาดตามองผู้ใต้บังคับบัญชาของตน แล้วประกาศเสียงดัง
“หากผู้ใดถูกไล่ตามทันในหุบเขานี้วันนี้ ก็จงใช้ดาบฆ่าตัวตายเสีย การแพ้ในเรื่องการขี่ม้า เป็นการไม่คู่ควรต่อเทพหมี และไม่คู่ควรต่อการอบรมสั่งสอนขององค์ราชา”
“เข้าใจแล้ว!”
ทหารม้าเป่ยหมานทั้งหลายมีรอยยิ้มเต็มใบหน้าอย่างมั่นใจ เห็นได้ชัดว่าพวกเขามั่นใจในฝีมือการขี่ม้าของตนเอง หรืออาจกล่าวได้ว่าพวกเขาไม่ได้เห็นทหารม้าของต้าเฉียนอยู่ในสายตาเลย
ภายใต้การนำของหัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมาน กองกำลังทหารม้าเป่ยหมานชะลอความเร็วลงเมื่อมาถึงทางเข้าหุบเขา
เมื่อเห็นกองกำลังทหารที่นำโดยจ้าวถ่ง เคลื่อนเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ เขาจึงเริ่มเร่งแส้ม้า นำทหารม้าเป่ยห