ออ้างที่จะลงโทษได้
เวลาผ่านไป ชื่อเสียงอันเลวร้ายของค่ายอันธพาลก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้ฉีเซิ่งให้เขาส่งหลี่เต้าไปค่ายหวงซา เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีเจตนาดี นึกถึงปฏิกิริยาของอีกฝ่ายเมื่อได้ยินชื่อหลี่เต้าเขาก็พอจะเดาได้คร่าว ๆ
ในชั่วขณะนั้น จางซื่อรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ปัญหาคือเขาก็ไม่อาจแสดงอาการโกรธเคืองได้ เพราะถึงอย่างไรฉีเซิ่งก็เพียงแค่เสนอแนะด้วยวาจาเท่านั้น เขาสามารถไม่ฟังได้ แต่ผลที่ตามมาก็คือการทำให้ฉีเซิ่งขุ่นเคือง
คนหนึ่งเป็นคนโปรดของเจิ้นเป่ยโหวเสิ่นจง เป็นอัจฉริยะหนุ่มที่มีพรสวรรค์เหนือผู้คน ส่วนอีกคนเป็นทหารใหม่ที่ไร้ชาติตระกูลและภูมิหลัง มีเพียงพละกำลังที่ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่ไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้ ใคร ๆ ก็รู้ว่าควรเลือกอย่างไร?
จางซื่อก็ไม่ต่างกัน แม้ว่าเขาจะไม่อยากทำแบบนี้ แต่เรื่องก็เป็นแบบนี้ เขาก็ทำได้เพียงแค่ปล่อยเลยตามเลย ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จางซื่อก็พยักหน้า “ได้ ข้าเข้าใจแล้ว พอดีที่ค่ายหวงซาก็ขาดคน ข้ารู้สึกว่าเขาก็เหมาะกับที่นั่น”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฉีเซิ่งก็ยิ้มบาง ๆ “ดูเหมือนท่านจางจะเข้าใจความรู้สึกของข้า ข้าจะบอกท่านแม่ทัพเสิ่นถึงข้อดีของท่านจางที่รู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น” จางซื่อได้แต่ยิ้มรับ
ฉีเซิ่งหมุนตัวจากไปทันที ยืนอยู่นอกกระโจม นึกถึงทหารใหม่ที่ชื่อหลี่เต้า เขาคิดในใจ : ใครใช้ให้เจ้าดันใช้ชื่อนี้ด้วย ก็ต้องถือว่าเป็นโชคร้ายของเจ้า