มดาเช่นนี้จะมีอะไรให้ปรับตัวอีก หากปรับตัวไม่ได้จริง ๆ ก็คงเป็นค่ายทหารที่ต้องปรับตัวตามเขา ไม่ใช่เขาที่ต้องปรับตัวตามค่ายทหาร
“สามวันหรือ…” หลี่เต้ามองไปที่จิ่วเอ๋อร์ที่อยู่ข้างกาย จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงบอกลาจิ่วเอ๋อร์แล้วรีบออกไปข้างนอก
ไม่นานนัก เขาก็พบกับคนผู้หนึ่ง “แขกผู้มีเกียรติ พบกันอีกแล้ว” คนที่พบกับหลี่เต้าไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเสี่ยวเอ้อร์ในโรงรับจำนำที่พาเขาไปดูห้องเมื่อก่อน
หลี่เต้าโยนเงินก้อนหนึ่งไปให้พลางถามตรง ๆ “ของที่ให้เจ้าช่วยหา หาเจอแล้วหรือไม่?”
เสี่ยวเอ้อร์รับเงินไว้ ยิ้มกว้างขึ้น “เรื่องของท่าน ข้าน้อยจำใส่ใจไว้ตลอด หาไว้ให้แล้ว ตอนนี้ไปตรวจสอบได้เลยขอรับ” หลี่เต้ารู้สึกประหลาดใจ เสี่ยวเอ้อร์ผู้นี้มีความสามารถไม่น้อย เรื่องที่พูดเมื่อวาน วันนี้ก็จัดการเสร็จแล้ว
“ได้ ไปดูกัน” ภายใต้การนำทางของเสี่ยวเอ้อร์ หลี่เต้าเดินตามมาจนถึงตรอกเปลี่ยวแห่งหนึ่ง บริเวณรอบด้านไร้ผู้คน เงียบสงัดยิ่งนัก เป็นสถานที่เหมาะแก่การปล้นฆ่าชิงทรัพย์
ดูเหมือนเสี่ยวเอ้อร์จะกังวลว่าจะทำให้ลูกค้าของตนตกใจ จึงรีบอธิบายว่า “ขออภัยท่านด้วย ที่นี่ล้วนเป็นกิจการสุจริต ที่มาอยู่แถวนี้ก็เพราะค่าเช่าที่ถูกเท่านั้น” หลี่เต้าพยักหน้า ไม่ได้เอ่ยวาจาใด
หรือจะพูดว่าไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนดีหรือคนเลวก็ล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่อเขาไม่มีโทษ หากอีกฝ่ายมีเจตนาร้ายจริง เขาก็จำต้องรับคุณสมบัติที่ส่งตรงถึงมือ