ซาภายในสามวัน ห้ามล่าช้าเป็นอันขาด มิเช่นนั้นจะถูกจัดการเยี่ยงทหารหนีทัพ
หืม? ในตอนนั้นเอง หลี่เต้าสังเกตเห็นว่าด้านหลังจดหมายดูเหมือนจะมีตัวอักษรจาง ๆ อยู่อีกชั้นหนึ่ง พอพลิกดูอีกฝั่งก็พบว่าเป็นข้อความหมายเหตุหนึ่งบรรทัด เขียนไว้ว่า : หากไม่สามารถปรับตัวได้ สามารถยื่นเรื่องขอปลดประจำการได้ที่ค่ายทหารทางเหนือของเมืองภายในสามวัน
หลี่เต้าขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาจำไม่ได้ว่ากองทัพต้าเฉียนมีมนุษยธรรมแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ในความทรงจำของเขา เพียงแค่เข้าร่วมกองทัพแล้วอยากจะลาออกก็ยากเย็นนัก
ในกองทัพสมัยโบราณไม่มีทางพูดถึงเรื่องการบริหารจัดการที่คำนึงถึงความเป็นมนุษย์ หากไม่มีบาดแผลหรือพิการ การขอปลดประจำการก็ทำได้ แต่ต้องยอมให้สักตัวอักษรบนใบหน้า ที่นี่ไม่เหมือนชาติก่อนที่การสักเป็นแฟชั่นนิยม
ในต้าเฉียน เว้นแต่จะสักตัวอักษรที่มีความหมายดีงาม เช่น ‘จงรักภักดีต่อแผ่นดิน’ มิเช่นนั้น การสักมักหมายความว่าผู้นั้นไม่ใช่คนดีหรือเป็นอาชญากร อย่างคนที่สักรูปเสือดุ ส่วนใหญ่เป็นเพราะถูกสักตัวอักษรที่ดูไม่สวย จึงต้องสักลายใหม่ทับลงไปเพื่อให้ดูดีขึ้น หากไม่จำเป็นคนปกติคงไม่ทำเช่นนี้
ดังนั้น หลี่เต้าจึงรู้สึกว่าข้อความหมายเหตุด้านหลังช่างแปลกประหลาด “ช่างเถอะ บางทีอาจเป็นนโยบายใหม่ของท่านเจิ้นเป่ยโหวก็ได้” หลี่เต้าไม่ได้ใส่ใจกับรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้
หากเขาสามารถปรับตัวได้ในค่ายนักโทษประหาร ค่ายทหารธรร