องเขาเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนที่ต่ำกว่าผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับสามเท่านั้น แต่การจะเข้าร่วมหน่วยองครักษ์อย่างเป็นทางการ อย่างน้อยต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับสามขึ้นไปถึงจะได้ ดังนั้น ร่างกายอ่อนแอหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่พรสวรรค์ในการฝึกฝนต้องดี”
เมื่อได้ยินดังนั้น จางซื่อก็ได้แต่ช่วยฉีเซิ่งหาคนที่เหมาะสมใหม่ หนึ่งก้านธูปผ่านไป หลังจากคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน ในที่สุดก็พบคนที่ทำให้ฉีเซิ่งพอใจแปดคน มองดูรายชื่อในมือ ฉีเซิ่งพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “รบกวนท่านจางมากจริงๆ”
จางซื่อส่ายหน้า “ไม่รบกวนหรอก ล้วนเป็นการรับใช้แม่ทัพเสิ่นทั้งสิ้น”“ได้ อีกไม่กี่วันข้าจะมารับคนเอง”
ขณะที่ฉีเซิ่งกำลังจะเดินจากไป จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหยุดฝีเท้า จางซื่อเห็นดังนั้นจึงถาม “รองหัวหน้าฉีมีธุระอันใดหรือ” ฉีเซิ่งพูดตรง ๆ “ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่อยากจะเสนอความคิดเห็นให้ท่านจางสักหน่อย”
“โอ้ ข้อเสนอใดหรือ?”“ก่อนหน้านี้ท่านจางเคยพูดถึงชายผู้หนึ่งนามว่าหลี่เต้าที่มีพละกำลังมหาศาลมาแต่กำเนิดมิใช่หรือ”“ใช่ มีปัญหาอะไรหรือ?”“ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก เพียงแต่ข้าคิดว่าคนประเภทนี้เป็นผู้กล้าโดยกำเนิด ข้าเห็นว่าค่ายหวงซาที่เต็มไปด้วยความท้าทายน่าจะเหมาะกับเขา ไม่ทราบว่าท่านจางคิดเห็นเช่นไร”
ค่ายหวงซา? จางซื่อขมวดคิ้ว เขารู้จักค่ายทหารแห่งนี้ดี แม้จะอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของท่านเจิ้นเป่ยโหวเสิ่นจง แต่ค่ายนี้ม