ล้นของรางวัลจากสงครามของข้า ข้ายังไม่ได้เอาเรื่องกับเจ้าเลย”“ข้าจะปล้นแล้วจะทำไม ก็เจ้าติดหนี้ข้าอยู่นี่”“บัดซบ! เจ้าอยากลองดีกับข้าหรือ?!”“ลองดีก็ลองดีสิ”
ในตอนนั้น จู่ ๆ ก็มีก้อนดินลอยมาจากที่ไหนสักแห่งกระแทกเข้าที่หน้าผากของคนหนึ่ง บรรยากาศเงียบกริบลงชั่วขณะ ก้อนดินไม่ได้ทำให้บาดเจ็บมากนัก แต่เป็นการดูถูกอย่างรุนแรง ผู้บังคับกองพันผู้นั้นลูบก้อนดินบนหน้าผาก สีหน้าเปลี่ยนจากเขียวเป็นดำ จากดำเป็นแดง จู่ ๆ ก็ตบโต๊ะดังสนั่น “กล้าลงมือ งั้นก็อย่าเอาทั้งหมดเลย วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้หลาบจำ”
ใครจะรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ได้หวั่นเกรงแม้แต่น้อย ผลักโต๊ะทันที “งั้นก็ไม่ต้องจัดการอะไรทั้งนั้น ข้าก็อดทนกับเจ้ามานานแล้ว” เพียงชั่วพริบตา ผู้บังคับกองพันทั้งสองก็ปะทะกันและเริ่มชกต่อย การลงมือครั้งนี้ราวกับจุดชนวนความโกรธของคนที่เหลือในกระโจม ผู้ที่สนิทกับฝ่ายนี้ก็เข้าไปช่วย ส่วนคนที่สนิทกับอีกฝ่ายก็เริ่มเข้าช่วยเช่นกัน เหตุการณ์บานปลายไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งคนในกระโจมกว่าสามสิบคนเริ่มตีกันวุ่นวาย
บนที่นั่งประธาน จางซื่อนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะ ถึงขนาดยังมีอารมณ์รินน้ำชาดื่ม ด้านข้าง องครักษ์ของเขาเห็นภาพเหตุการณ์นี้จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม “ท่าน ท่านจะไม่ห้ามพวกเขาสักหน่อยหรือขอรับ?” จางซื่อเงยหน้าขึ้น แสดงสีหน้าที่คุ้นชินกับเหตุการณ์นี้มานานแล้วพลางกล่าวอย่างสงบนิ่ง “ห้ามไปทำไม ปล่อยให้พวกเขาต่อสู