้กันไปเถอะ ทุกปีที่พวกเขาพบหน้ากันก็เป็นเช่นนี้ การต่อสู้กันก็มีข้อดี ได้ระบายความแค้นและความโกรธที่สะสมมาตลอดทั้งปีออกไป จากนั้นค่อยพูดคุยเรื่องงานกันอย่างจริงจัง หากไม่ได้ต่อสู้กันเช่นนี้ เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าแม้แต่หนึ่งเดือนก็ยังตกลงเรื่องนี้กันไม่ได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น องครักษ์ทั้งสองก็ถึงกับอึ้งไป ไม่คิดว่าจะมีเหตุผลเช่นนี้ อีกอย่าง ผู้ที่จะเป็นผู้บังคับกองพันของท่านเจิ้นเป่ยโหวเสิ่นจงได้นั้น อย่างน้อยก็ต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียน หากต่อสู้กันจริง ๆ คงไม่ใช่แค่การปะทะเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ พวกเขาสังเกตเห็นว่าผู้บังคับกองพันเหล่านี้ต่างก็ใช้การต่อสู้ประชิดตัวอย่างจริงจัง ไม่มีผู้ใดใช้พลัง ดูเหมือนจะเป็นการระบายอารมณ์อย่างแท้จริง
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามอย่างรวดเร็ว การต่อสู้วุ่นวายในกระโจมก็ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว ผู้ที่ต้องการต่อสู้ต่อก็ลุกขึ้นสู้ ส่วนผู้ที่ไม่อยากสู้แล้วก็นั่งดูอยู่บนพื้น ในที่สุด เมื่อผู้บังคับกองพันคู่สุดท้ายทิ้งตัวนั่งลงบนพื้น ทุกอย่างก็จบลง แม้การต่อสู้จะยุติลงแล้ว แต่การโต้เถียงทางวาจายังคงดำเนินต่อไป
“บัดซบ! ใครกันที่ลงมือโหดร้ายถึงเพียงนี้ กัดก้นข้าเข้าให้” ผู้บังคับกองพันคนหนึ่งลูบก้นของตน แล้วก็สัมผัสได้ถึงรอยฟันที่ประทับอยู่ แต่เขากลับเงียบเสียงด่าทันทีเมื่อเห็นคนข้างกาย เนื่องจากเสื้อผ้าบริเวณหน้าอกของอีกฝ่ายถูกกระชากขาด เผยให้เห็นสองสิ่งนั้น…
“อยากหัวเร