งออกมาต้อนรับด้วยใบหน้าเปี่ยมด้วยความยินดี แม้ดูเหมือนว่าเขาจะใช้เวลาวุ่นวายอยู่ในค่ายทหารนานพอสมควร แต่ความจริงแล้วกลับผ่านไปเพียงช่วงเช้าเท่านั้น และเขากลับมาถึงเวลาทานอาหารพอดี “เสร็จธุระแล้ว ก็กลับมาสิ” หลี่เต้าสูดดมกลิ่นในอากาศ “อาหารเสร็จแล้วหรือไม่?”
“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ รอแต่คุณชายเท่านั้น”
ครู่ต่อมา หลี่เต้านั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร มองดูจิ่วเอ๋อร์ที่ถือชามข้าวเดินไปอีกด้านด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ ต่อไปเจ้าสามารถนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวกับข้าได้ จะวิ่งหนีไปไย” จิ่วเอ๋อร์พูดเสียงเบา “คุณชายเจ้าคะ พ่อบ้านหลี่สอนไว้ว่า ต้องแยกฐานะนายบ่าว”
หลี่เต้า วางตะเกียบลง “เช่นนั้นเจ้าว่าพ่อบ้านหลี่ใหญ่กว่า หรือข้าใหญ่กว่า”“แน่นอนว่าคุณชายใหญ่กว่าเจ้าค่ะ ท่านเป็นถึงเจ้าของบ้าน”“แล้วเจ้าจะเชื่อฟังผู้ใดมากกว่ากัน?”“ข้าเชื่อฟังคุณชายเจ้าค่ะ”“ถ้าเช่นนั้นรีบมานั่งตรงนี้เร็วเข้า”“เจ้าค่ะ”
จิ่วเอ๋อร์แลบลิ้นน้อย ๆ แล้ววิ่งไปนั่งลงที่โต๊ะอย่างระมัดระวัง หลี่เต้าใช้ตะเกียบคีบน่องไก่ใส่ชามของจิ่วเอ๋อร์แล้วจึงเริ่มกินอาหารของตน ทันใดนั้น เขาก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงคีบเนื้อชิ้นหนึ่งวางไว้ที่มุมโต๊ะ หยวนเป่าได้กลิ่นก็วิ่งเข้ามา นั่งลงอย่างไม่เกรงใจแล้วคาบเนื้อกินทันที “ดูหยวนเป่าสิ ช่างรู้กาลเทศะ เจ้าควรเรียนรู้จากมันบ้าง”
จิ่วเอ๋อร์มองหยวนเป่าด้วยสีหน้าน้อยใจ ไม่นึกว่าจะมีวันที่สัตว์เลี้ยงของนางจ