งเดินทางมาจากที่ต่าง ๆ ยามนี้ผู้คนยากจนข้นแค้น ครอบครัวส่วนใหญ่แม้แต่จะกินให้อิ่มท้องยังลำบาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการฝึกยุทธ์
นายทหารมองดูทั้งห้าคน สายตาเหลือบมองไปทางหลี่เต้าที่อยู่ด้านข้างอย่างไม่รู้ตัว ก่อนเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เจ้าไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์หรือ?” ในสายตาของเขา จากคนทั้งห้าสิบคน ชายหนุ่มตรงหน้านี้น่าจะเป็นผู้ที่มีโอกาสเป็นผู้ฝึกยุทธ์มากที่สุด หลี่เต้าส่ายหน้า “ไม่ใช่ขอรับ” นายทหารมองสำรวจเขาขึ้นลง ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ดูจากลักษณะของเจ้าแล้ว ครอบครัวก็น่าจะไม่เลว ไม่น่าจะไม่เคยสัมผัสกับการฝึกฝนเลยนี่”
“เคยสัมผัสการฝึกฝนมาขอรับ”“แล้วเจ้านี่…”“ข้าเกิดมาพร้อมเส้นลมปราณดับ ในร่างกายไม่มีเส้นลมปราณจึงไม่อาจฝึกฝนได้เท่านั้นเอง”“เส้นลมปราณดับ? ฝึกฝนไม่ได้?”
นายทหารชะงักงัน เขาไม่คิดเลยว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้ สีหน้าของเขาก็แสดงความเสียดายออกมาทันที ในความคิดของเขา การที่ต้นกล้าที่ดีเช่นนี้ไม่สามารถฝึกฝนได้ นับเป็นการสูญเปล่าอย่างน่าเสียดายยิ่งนัก ด้านข้าง ทั้งห้าคนที่มีวรยุทธ์ได้ยินคำพูดนี้ก็ชะงักไป เพราะมีเพียงผู้ที่เคยสัมผัสกับการฝึกวิชายุทธ์เท่านั้นที่จะเข้าใจว่าการที่คน ๆ หนึ่งไม่สามารถฝึกวิชาและเพิ่มพลังได้นั้นเป็นความทุกข์ทรมานเพียงใด
แม้พวกเขาจะมีวรยุทธ์ แต่ก็ยังตกตะลึงกับพละกำลังของหลี่เต้าก่อนหน้านี้ เพราะผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนขั้นต้น พลังของคน ๆ หนึ่งจะไม่เหนือกว่าคนธร