้ำเสียงอ่อนโยน “เอาล่ะ เรื่องราวก็จบลงเพียงเท่านี้” เมื่อเห็นว่าทุกคนยังคงนิ่งเงียบ คล้ายจมอยู่ในห้วงความคิด หลี่เต้าจึงเอ่ยถามขึ้น “หากผู้ใดไม่เข้าใจ ข้าสามารถช่วยไขข้อข้องใจให้พวกเจ้าได้”
คำพูดของเขาเพิ่งจบลง สตรีนางหนึ่งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกองไฟก็ค่อย ๆ ยกมือขึ้นอย่างลังเล ดวงตาของนางสะท้อนแสงไฟที่ลุกโชน หลี่เต้ามองดูแล้วยิ้มบาง “หลิวเซี่ย เจ้ามีอะไรจะถามหรือ?” ตลอดสิบกว่าวันที่ได้อยู่ร่วมกัน ด้วยความจำอันเป็นเลิศของหลี่เต้าทำให้เขาจดจำชื่อและใบหน้าของผู้คนในหมู่บ้านเถาหยวนได้ทุกคน จนเขาสามารถเอ่ยนามพวกนางได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน หลิวเซี่ยที่นั่งอยู่ใกล้กองไฟ แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ทว่าก็ยังรวบรวมความกล้ากล่าวถามเสียงเบา “ท่านผู้มีพระคุณ … เรื่องที่ท่านเล่าว่า สตรีสามารถแบกรับภาระได้ครึ่งหนึ่งนั้น เป็นความจริงหรือ?”
คำถามนี้เรียกความสนใจจากสตรีที่เหลือ ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมองหลี่เต้าด้วยสายตาเปี่ยมความอยากรู้อยากเห็น บรรยากาศรอบกองไฟพลันเต็มไปด้วยความตื่นตัว ราวกับคำพูดหนึ่งประโยคได้จุดประกายความหวังและความฝันในใจพวกนาง พวกนางเคยได้ยินประโยคนี้ในเรื่องเล่ามาก่อน แต่ไม่เคยคิดจริงจัง เพียงคิดว่าเป็นแค่นิทานเท่านั้น เพราะตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ พวกนางรับรู้มาว่าตนเองเป็นเพียงเครื่องประดับของยุคสมัย บ่อยครั้งที่โลกภายนอกเต็มไปด้วยคำวิพากษ์วิจารณ์ กล่าวโทษสตรีว่าเป็นตัวกา