ลี่เต้าเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว จึงเอ่ยเตือนขึ้นว่า “เอาล่ะ พอแล้ว” เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวซิ่วเอ๋อร์ก็หยุดลงในทันที คนที่เหลือเมื่อเห็นดังนั้นก็พากันหยุดตามไปด้วย
หลี่เต้าพลันยิ้มบาง ๆ “ไม่ต้องมองแล้ว พวกเจ้าเช็ดหน้าผากกันก่อนเถอะ” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สตรีทั้งหลายต่างมองหน้ากัน พบว่าทุกคนล้วนมีรอยดำอยู่ที่หน้าผาก ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นทำลายความเงียบ ราวกับว่านี่เป็นสัญญาณบางอย่าง ทุกคนต่างอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา พร้อมกับปัดเป่าความทุกข์ที่สะสมมานานในใจให้สลายไป
ครู่หนึ่งผ่านไป เสียงหัวเราะค่อย ๆ เบาลง หลี่เต้าปรบมือเบา ๆ “เอาล่ะ หยุดขบขันกันก่อน” เมื่อเห็นผู้มีพระคุณเอ่ยปาก สตรีทั้งหลายก็พากันหยุดหัวเราะ หลี่เต้ามองดูสตรีทั้งหลายแล้วกล่าวว่า “พวกเราได้อยู่ร่วมกันมาสิบวัน ก็นับว่ามีวาสนาต่อกันแล้ว ก่อนจากลากัน ข้าจะมอบของขวัญให้พวกเจ้าสักอย่าง”
ทันใดนั้น หญิงสาวทั้งหลายต่างเผยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น หลี่เต้าโบกมือเรียก จิ่วเอ๋อร์ที่อยู่ข้าง ๆ ก็นำห่อของมาวางตรงหน้าเขา
“หลิวซิ่วเอ๋อร์”“เจ้าค่ะ ท่านผู้มีพระคุณ”“เจ้าเข้ามาใกล้ ๆ”
หลิวซิ่วเอ๋อร์ลุกขึ้นยืน เดินไปหน้าหลี่เต้ากล่าวอย่างนอบน้อม “ท่านผู้มีพระคุณ”
“ของสิ่งนี้ข้ามอบให้พวกเจ้า” หลี่เต้าวางห่อของในมือลงบนมือของนาง
“ท่านผู้มีพระคุณ ของในห่อนี้คือ…”