ือไม่?”
หลังจากหลิวซิ่วเอ๋อร์พูดจบ ทุกคนก็พากันเงียบกริบในทันที แต่ละคนแสดงสีหน้าละอายใจ บางคนถึงกับร้องไห้สะอึกสะอื้นขึ้นมา เมื่อมองดูหลิวซิ่วเอ๋อร์แล้ว หลี่เต้าก็อดรู้สึกชื่นชมนางไม่ได้ เมื่อเผชิญหน้ากับการข่มขู่ของทหารม้าเป่ยหมาน นางก็ไม่ลังเลที่จะทำลายโฉมของตนเองเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ อีกทั้งยังคาดเดาได้ว่าเขากำลังจะจากไป และตอนนี้ก็ยังสามารถควบคุมสตรีที่เหลือได้ด้วยกำลังของตนเองเพียงคนเดียว ถ้าอยู่ในโลกปัจจุบัน นางต้องเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งแน่นอน
เมื่อไม่มีผู้ใดคัดค้าน หลิวซิ่วเอ๋อร์จึงหันไปมองหลี่เต้า ตุบ! หลิวซิ่วเอ๋อร์คุกเข่าลงทันที “ท่านผู้มีพระคุณ แม้พวกเราจะไม่ได้เล่าเรียนมามากมาย แต่พวกเราก็รู้ว่าบุญคุณที่ช่วยชีวิตไว้นั้นยากจะตอบแทน น่าเสียดายที่พวกเราไม่มีกำลังความสามารถจะตอบแทนบุญคุณท่านในยามนี้ หากภายภาคหน้า ท่านผู้มีพระคุณมีเรื่องใดที่พวกเราพอจะช่วยได้ ขอท่านโปรดนึกถึงพวกเรา บุญคุณครั้งนี้พวกเราจะไม่มีวันลืมชั่วชีวิต”
เมื่อเห็นเช่นนั้น หญิงสาวที่เหลือก็พากันคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกัน “บุญคุณครั้งนี้พวกเราจะไม่มีวันลืมชั่วชีวิต” จากนั้นหญิงสาวทั้งหมดก็เริ่มก้มศีรษะคำนับ
“คุณชาย…” ด้านข้าง จิ่วเอ๋อร์เห็นภาพตรงหน้าอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก
หลี่เต้าส่ายหน้า “ไม่เป็นไร” เพราะเขาเข้าใจดีว่านี่คือสิ่งเดียวที่พวกนางทำได้ หากปฏิเสธก็เท่ากับเป็นการดูถูกพวกนาง ผ่านไปสองสามลมหายใจ ห