ึ่งก็ดังขึ้นจากในฝูงชน หลี่เต้าชะงักไปเล็กน้อย สายตามองไปยังฝูงชน เห็นสตรีที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าผู้หนึ่งลุกขึ้นมองมาที่เขา นางก็คือสตรีที่เขาเคยช่วยแบกน้ำให้ในครั้งก่อน หากจำไม่ผิด นางมีนามว่าหลิวซิ่วเอ๋อร์ เนื่องจากเสียงของหลิวซิ่วเอ๋อร์ที่เปล่งออกมาไม่ได้แผ่วเบานัก คำถามนั้นจึงลอยผ่านกองไฟไปถึงหูของหญิงสาวคนอื่น ๆ ในที่นั้น
ดวงตาของพวกนางเผยความตื่นตระหนกออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว ราวกับคำถามนั้นได้สะกิดบางสิ่งในจิตใจของพวกนาง แม้ว่าจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อได้ยินว่าผู้มีพระคุณของพวกนางจะจากไป พวกนางก็ยังรับมันไม่ได้ในทันที
“ใช่แล้ว พวกข้าต้องจากไปแล้ว” หลี่เต้าไม่ได้ปฏิเสธ บางสิ่งบางอย่างไม่อาจปิดบังคนฉลาดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลิวซิ่วเอ๋อร์หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขา
“ท่านผู้มีพระคุณจะจากไปจริง ๆ หรือ? อยู่ต่ออีกสักพักเถิดเจ้าค่ะ”“ท่านผู้มีพระคุณ ข้าขอร้องท่านอย่าได้จากไปเลย”“ท่านอยู่ต่อไม่ได้หรือ พวกเราไม่อยากให้ท่านไป”“…”
ในหมู่ผู้คนเริ่มมีเสียงรั้งให้อยู่ต่อดังขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่หลี่เต้าจะทันได้เอ่ยปากพูดอะไร ทันใดนั้นหลิวซิ่วเอ๋อร์ก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวดออกมา “ทุกคนเงียบก่อน! ท่านผู้มีพระคุณมีธุระของท่าน พวกเจ้าไม่อาจก้าวก่ายการตัดสินใจของท่านได้ ท่านช่วยชีวิตพวกเราและช่วยแก้แค้นให้ นี่พวกเจ้าจะตอบแทนบุญคุณท่านด้วยการก่อความวุ่นวายเยี่ยงนี้หรือ? พวกเจ้ายังมีจิตสำนึกอยู่หร