่ง เมื่อเขาหันตามไปมองก็พบว่าเป็นหมอน
“เจ้าก็ต้องการด้วยหรือ?”
“จี๊ด ๆ”
“ก็ได้” หลี่เต้าจึงส่งหมอนไปให้ หนูน้อยไม่รอช้า ทิ้งตัวลงบนหมอนทันที มันยืดเหยียดอุ้งเท้าทั้งสี่ข้างอย่างพอใจ แล้วก็หลับไปอย่างสบายใจ
เมื่อเห็นภาพนั้น หลี่เต้าส่ายหน้าอย่างขบขัน ก่อนจะหลับตาลงและเข้านอนตามไปอย่างเงียบ ๆ ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ ทันใดนั้นเขาก็ลืมตาขึ้นทันที ในหัวมีความคิดเพียงอย่างเดียว เหตุใดเขาจึงสามารถเข้าใจเสียงร้องของหนูน้อยตัวนี้ได้?
… เช้าวันรุ่งขึ้น “หนู!” เสียงแหลมแสบแก้วหูปลุกหลี่เต้าให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา เมื่อเขาลืมตาขึ้นพลางมองไปรอบตัว ก็เห็นจิ่วเอ๋อร์ที่ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ กำลังกระโดดไปมาบนพื้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก บริเวณใต้เท้าของนาง มีหนูตัวน้อยวิ่งพล่านไปมาพร้อมกับส่งเสียงร้องจี๊ด ๆ
“คุณชาย มีหนูเจ้าค่ะ” เมื่อเห็นหลี่เต้าตื่นขึ้น จิ่วเอ๋อร์ก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว หลี่เต้ารู้สึกตกตะลึง เมื่อสัมผัสได้ถึงร่างอันบอบบางที่กำลังสั่นเทาของจิ่วเอ๋อร์ เมื่อวานนางยังไม่แสดงความหวาดหวั่นต่อศพและชิ้นส่วนร่างกายที่เกลื่อนกลาดของทหารม้าเป่ยหมาน แต่วันนี้กลับส่งเสียงตะโกนลั่นเพียงเพราะหนูน้อยเพียงตัวเดียว
“ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรแล้ว” หลี่เต้าหันไปมองหนูตัวน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเรียบว่า “เจ้ามาทำให้นางตกใจตั้งแต่เช้าเช่นนี้ทำไม?” หนูน้อยปีนขึ้นเก้าอี้อย่างคล