่องแคล่ว จากนั้นกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะ มันยืนตัวตรงก่อนเริ่มส่งเสียงร้องจี๊ด ๆ ราวกับพยายามอธิบายบางสิ่ง
“เจ้าบอกว่านางเป็นฝ่ายทำให้เจ้าตกใจก่อนหรือ?”“จี๊ด ๆ”“นางยังทำร้ายเจ้าด้วย เจ้าเลยได้แต่วิ่งหนีอย่างนั้นหรือ?”“จี๊ด ๆ”
“เอาล่ะ อย่าได้น้อยใจไปเลย ข้าขอโทษแทนนางด้วย” หลี่เต้าหลุดยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นสีหน้าน้อยใจของเจ้าหนูตัวน้อย ความรู้สึกขำปนเศร้าผสมปนเปกันอยู่ในแววตาของเขา ขณะเดียวกัน จิ่วเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองคุณชายของนางด้วยสีหน้างุนงง สายตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ เมื่อเห็นเขากำลังสนทนากับหนูตัวหนึ่งราวกับเข้าใจทุกคำพูดของมัน
“คุณชาย ท่านเข้าใจสิ่งที่หนูตัวนี้พูดด้วยหรือ?”“อืม”“แล้วมันคือ…”“สัตว์เลี้ยงที่ข้าเก็บมาเมื่อคืน เจ้าไม่ต้องกลัวหรอก”
เมื่อได้ยินคำว่าสัตว์เลี้ยง จิ่วเอ๋อร์อดใจไม่ไหวพูดด้วยความหวาดกลัว “แต่คุณชาย มันเป็นหนูนะเจ้าคะ” หลี่เต้าหัวเราะพลางกล่าว “เจ้าลองดูให้ดี ๆ ก่อนแล้วค่อยพูด มันไม่เหมือนหนูทั่วไป”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จิ่วเอ๋อร์จึงค่อย ๆ มองดูหนูตัวน้อยอย่างระมัดระวัง หืม? ถ้าไม่ได้มองดูก็คงไม่รู้ พอได้มองดูนางถึงพบว่าหนูตัวนี้แตกต่างจากหนูที่นางเคยเห็นมาก่อน ขนาดเท่าฝ่ามือ ดูน่ารักน่าเอ็นดู
“เจ้าไม่กลัวแล้วใช่หรือไม่?”“อืม” จิ่วเอ๋อร์พยักหน้าเบา ๆ ความกลัวในดวงตาคลายหายไป แทนที่ด้วยประกายความอยากรู้อยากเห็น ขณะที่นางจ้องมองหนูตัวน้อยอย่างสนใจ
เมื่อเห็นว่า