วามเห็นพวกเขาไม่สนใจเป่ยเจียงอ๋องไป๋หลงยิ่งหลับสนิทอยู่ด้วยซ้ำ
จีอู๋จวินกลับเริ่มตั้งตารอนางซึ่งรู้สถานะที่แท้จริงของเจียงฉางเซิงอยากรู้ว่าเขาจะรับมือกับลูกหลานตนเองอย่างไร
ไม่นานนักเป่ยเจียงอ๋องก็เดินเข้ามาเพียงลำพังเขาสวมอาภรณ์สีดำลวดลายงูหลาม รูปร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลาสวมมงกุฎทองประดับไขมุกมีลวดลายปานตรงหว่างคิ้วช่วยเสริมให้ดูองอาจสงางามเขาก้าวเข้าลานราวพยัคฆ์ร้ายร่ายมังกรเหาะเมื่อเห็นจินอู ไป๋หลง มนุษย์งูในลานเรือนเป่ยเจียงอ๋องถึงกับชะงักไปเล็กน้อยเขารีบเดินมาตรงหน้าเจียงฉางเซิง ยกมือคารวะ
“เจียงเจวียขอคารวะมรรคาจารย์ ขอให้มรรคาจารย์มีอายุยืนยาวดุจสวรรค์”
เจียงฉางเซิงลืมตาขึ้นมองสำรวจคนรุ่นหลังผู้นี้ฮ่องเต้ซุนเทียนทะเยอทะยานยิ่งนักตั้งชื่อให้โอรสแต่ละองค์ด้วยตัวอักษรที่ดุดันทั้งสิ้นเช่น เซ่อ เจวีย ต้วน จิน เป็นต้น
เคยถูกวิจารณ์ไม่น้อยแต่ด้วยความอหังการแบบจิ่งไท่จงเขาจึงไม่สนใจคำคัดค้านของเหลาราชสกุลและตั้งชื่อตามใจตนเองเช่นนั้นปีนั้นด้วยความอหังการของฮ่องเต้ซุนเทียนเหล่าองค์ชายจึงไม่กล้าคิดเป็นอื่น
เป่ยเจียงอ๋องมุ่งมั่นฝึกฝนวรยุทธ์ ทั้งยังออกรบจนมานั่งประจำการทางแดนเหนือและดำรงตำแหน่งยาวมาจนถึงทุกวันนี้เป่ยเจียงอ๋องมีความสัมพันธ์ค่อนข้างดีกับเจียงเซ่อจึงส่งผลให้เจียงชิงและเจียงหลิวใกล้ชิดกับเขาด้วยนี่ก็คือเหตุผลที่เจียงหลิวให้เขาไปยังรัฐฮวง
เจียงฉางเซิงเอ่ยขึ้น“ครั้งก่อนที่พบ