“อะไรนะ เขาไปหามรรคาจารย์หรือ เพื่อสิ่งใดกัน”
เจียงหลิวทุบโต๊ะลุกพรวดขึ้น ใบหน้าเหี้ยมเกรียมในขณะนั้นในห้องทรงพระอักษรยังมีเทพจอมโจรอยู่ด้วย
เทพจอมโจรกล่าวตอบ“ข้าสอบถามศิษย์อารามมังกรผงาดแล้วแต่ไร้ผู้ใดล่วงรู้เพียงแต่รู้ว่าตอนเป่ยเจียงอ๋องกลับจากอารามมังกรผงาดนั้นประหนึ่งถูกบางสิ่งกระทบใจ สภาพต่างจากยามไปเยือนโดยสิ้นเชิง”
ได้ยินดังนั้นความโกรธของเจียงหลิวก็สงบลงไม่น้อยแม้เขาจะไม่ถนัดคิดการแต่หาได้ไร้สมองไม่ เขาแค่นหัวเราะ“ดูท่าคงถูกปฏิเสธมาแน่ เป่ยเจียงอ๋อง เราให้เกียรติที่เจ้าเป็นเชื้อพระวงศ์ทว่าเจ้ากลับล้ำเส้น แม้เราจะรักสุขสำราญแต่หาใช่คนยอมตายอยู่เฉยๆในเมื่อเจ้าคิดแย่ง เราก็จะสู้กับเจ้า!”
สายตาเขาคมกริบ เทพจอมโจรมองเขาก็มีมึนงงไปเล็กน้อยพลันนึกถึงมรรคาจารย์โดยไร้สาเหตุเทพจอมโจรเคยเป็นคนกวาดลานเรือนของมรรคาจารย์นานสิบปีแม้วันคืนจะเรียบง่ายแต่กลับกลายเป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงและใบหน้าของมรรคาจารย์ก็ตราตรึงยิ่งกว่าใครในห้วงสำนึกของเขาโอรสสวรรค์ผู้นี้กลับมีแววตาเหมือนมรรคาจารย์อยู่หนึ่งส่วน!
เทพจอมโจรกล่าวว่า“เป่ยเจียงอ๋องกำลังเรืองอำนาจ ครองสองรัฐมั่งคั่ง ยอดฝีมือใต้บัญชานั้นก็มีนับไม่ถ้วนแม้แต่องครักษ์ชุดขาวก็ยังมีคนของเขาอยู่ ฝ่าบาททรงเตรียมรับมืออย่างไรพะยะคะ”
ในมุมมองของเขา หากไร้ซึ่งมรรคาจารย์ ดินแดนนี้คงถูกเป่ยเจียงอ๋องแย่งไปแล้วเจียงหลิวได้ฟังก็ตกอยู่ในภวังค์เงียบงันเป่ยเจี