ไปว่า “พวกที่เหลือรีบทำให้เร็ว สิ่งของใดที่ยังดีอยู่ก็ทุบให้หมด” พูดจบ เขามองไปที่สิงโตหินสองตนหน้าประตูจวนแล้วยิ้มเยาะ เขาเดินไปหน้าสิงโตหินตัวหนึ่งแล้วตบออกไปทันที
เมื่อปราณที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าพุ่งออกมา สิงโตหินก็แตกกระจายในพริบตา ตามมาด้วยการทุบสิงโตหินอีกตัวให้แตกละเอียด พอเห็นเหตุการณ์นี้ มีคนในฝูงชนร้องอุทานว่า “ไม่เสียชื่อจวนอัครเสนาบดี แค่คนรับใช้ธรรมดาก็มีวรยุทธิ์ขั้นเซียนเทียนแล้ว” มีคนกล่าวอีกว่า “ขั้นเซียนเทียนจะเป็นอะไร? ข้าได้ยินมาว่าในจวนอัครเสนาบดีมีผู้มีวรยุทธิ์มากมาย และยังมีขั้นจอมยุทธ์อีกด้วย”
ขณะเดียวกัน ในตรอกเปลี่ยวข้างหนึ่งของฝูงชน หลี่เต้าและจิ่วเอ๋อร์ยืนมองเหตุการณ์ที่ไม่ไกลออกไป “พวกนี้ทำเกินเหตุไปแล้ว!” จิ่วเอ๋อร์ตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธ การมองเห็นจวนของตนถูกทุบทำลายด้วยมือของผู้อื่น คงยากที่จะไม่รู้สึกเศร้าใจ
หลี่เต้าส่ายหน้าเล็กน้อย วางมือบนศีรษะของเด็กน้อยเพื่อปลอบโยนชั่วครู่ แล้วเอ่ยช้า ๆ “นี่คือความเป็นจริง ไม่ต้องเศร้าใจไปหรอก” หากเป็นตัวเขาก่อนฟื้นความทรงจำ เห็นภาพเช่นนี้คงโกรธจัด และอาจพุ่งออกไปต่อสู้กับคนเหล่านั้นถึงตาย แต่หลังฟื้นความทรงจำและผ่านการฝึกฝนในค่ายนักโทษ ทำให้เขามองทุกสิ่งทะลุปรุโปร่ง ไม่ว่าที่ใดล้วนดำเนินตามกฎแห่งธรรมชาติของผู้แข็งแกร่งกินผู้อ่อนแอ
วันนี้ตระกูลอันหยวนป๋อถูกรังแกโดยตระกูลอัครเสนาบดี เขาได้แต่ตำหนิตนเองว่าอ่อนแ