ใจก่อนจึงหันสายตามองมายังผู้มาเยือน “เรื่องที่สืบสวนเป็นอย่างไรบ้าง?”
เถี่ยซินได้ยินดังนั้นก็ก้มหน้าลงกราบทูลด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “คุณหนูสาม ข้าน้อยได้สืบสวนเรียบร้อยแล้ว บรรดากบฏทั้งหมดถูกควบคุมตัวหมดสิ้นแล้ว”
“เจ้าสืบสวนเรื่องอื่นที่ข้าสั่งให้สืบมาแล้วหรือยัง?”
“สืบมาเรียบร้อยแล้วขอรับ คุณชายใหญ่และคุณชายรองมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับองค์ชายสามเป็นอย่างมาก และยังสืบทราบด้วยว่าองค์ชายสี่กับองค์ชายสามมีความขัดแย้งกัน”
เถี่ยซานเหนียงชะงัก “พอแล้ว ข้าทราบแล้ว” เถี่ยซินถามต่อ “ขอถามคุณหนูสาม พวกกบฏเหล่านั้นจะจัดการอย่างไรขอรับ?”
“ให้พวกเขาเดินทางช้าลงหน่อย”“เข้าใจแล้วขอรับ”“เป็นอันว่าเจ้ากลับไปเถอะ”“เช่นนั้นข้าน้อยขอลา”
เถี่ยซานเหนียงก้มหน้าก้มตา เถี่ยซินโค้งคำนับอย่างนอบน้อมก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป เมื่อคนนั้นจากไป ปี้โหยวเอ๋อร์ที่เล่นเสร็จแล้วเดินเข้ามาถามด้วยความสงสัย “คุณหนู ท่านสงสัยว่าคุณชายใหญ่และคุณชายรองจ้างคนซุ่มโจมตีท่านหรือ?”
“เจ้าเด็กคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่” ต่อหน้าปี้โหยวเอ๋อร์ เถี่ยซานเหนียงไร้ซึ่งความดุดัน น้ำเสียงของนางอ่อนโยนลงมาก “ข้าไม่ได้สงสัยคนโง่สองคนนั่นหรอก”
“ก็ใช่” ปี้โหยวเอ๋อร์หัวเราะคิกคักออกมากะทันหัน “แม้คุณชายทั้งสองจะโง่ วัน ๆ เอาแต่เที่ยวเตร่และถูกคุณหนูข่มอยู่ตลอด แต่ก็ยังรักและหวงแหนน้องสาวอยู่”
ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเถี่ยซานเหนียงก็ฉาบด้วยรอยยิ้ม คนภายนอ