องนาง ซึ่งเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นภายในจวนอันหยวนป๋อ จึงเป็นธรรมดาที่นางจะคิดถึงและอยากกลับมา ได้ยินดังนั้นหลี่เต้าจึงลูบผมของสาวน้อยเบา ๆ แล้วหัวเราะพลางกล่าวว่า “เช่นนั้นพวกเราจะไปยังสถานที่ที่จะทำให้พวกเราเดินเข้าเมืองหลวงได้อย่างเปิดเผยในภายภาคหน้า”
จิ่วเอ๋อร์เอ่ยด้วยความประหลาดใจ “คุณชาย มีสถานที่เช่นนั้นจริงหรือ?”
หลี่เต้ายิ้มน้อย ๆ “ข้านี่แหละที่เคยปีนออกมาจากสถานที่เช่นนั้นมาก่อน”
จิ่วเอ๋อร์แสดงสีหน้าสงสัย “คุณชาย เหตุใดจึงเป็นการปีนเล่า?” หลี่เต้าส่ายหน้า ไม่ได้อธิบายเหตุผลแต่อย่างใด เพราะสถานที่นั้นสำหรับคนธรรมดาแล้วก็เหมือนกับนรกนั่นแหละ! เขากล่าวในใจเงียบ ๆ “พอแล้ว เดินไปเถอะ”“เจ้าค่ะ”
เสียงทุบทำลายยังคงดังต่อเนื่อง ในอีกด้านของตรอก เงาของคนสองคนค่อย ๆ เดินลึกเข้าไปจนกระทั่งลับสายตา
……
จวนตระกูลเถี่ย เงาสองร่างนั่งอยู่ใต้ศาลาริมสวนแห่งหนึ่ง ในนั้นสาวน้อยที่มีอุปนิสัยดูเป็นผู้ใหญ่กว่านั่งบนม้าหิน กำลังชงชาเงียบ ๆ สาวน้อยอีกคนหนึ่งที่ดูยังเยาว์วัยนั่งยองลงข้างสระน้ำ ใช้กิ่งไม้ในมือเล่นกับปลาในสระ ขณะนั้นเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นกะทันหัน
ไม่นานหลังจากนั้น ชายวัยสี่สิบกว่าที่มีหน้าตาซื่อสัตย์และเรียบร้อยคุกเข่าลงที่ขั้นบันไดนอกศาลา “ข้าน้อยเถี่ยซิน คารวะคุณหนูสาม”
เถี่ยซานเหนียงนั่งอยู่ในศาลา แม้แต่มองคนที่มาก็ไม่มอง นางเทน้ำชาใส่ถ้วยให้ตนเองแล้วจิบด้วยริมฝีปากแดงสด พยักหน้าอย่างพอ