ำหนักดู ก่อนจะยิ้มอย่างพึงพอใจ “ได้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเถอะ ไอ้หนู เจ้าแค่รอขบวนออกเดินทางแล้วตามข้ามาก็พอ” เถ้าแก่หันมาลาหลี่เต้าก่อนจะจากไป
แต่ทุกคนไม่ทันสังเกตเห็นว่าไม่ไกลจากพวกเขา มีสาวน้อยสวมชุดกระโปรงยาวสีเขียวมรกตยืนอยู่นอกรถม้าหรูหรา นางเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว
……
“ฮึ!” หญิงสาวในชุดสีเขียวแค่นเสียงหึอย่างเย็นชา แล้วมุดเข้าไปในรถม้าหรูหราก่อนจะนั่งลงแล้วเอ่ยกับคุณหนูของตนอย่างไม่พอใจ “คุณหนู ตอนนี้คนข้างล่างพวกนั้นช่างเหลิงเกินไปแล้ว ทั้งเรียกร้องและคอยขูดรีด ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จักก็พยายามจะยัดเยียดตัวเองเข้ามาในขบวนรถอยู่ได้”
บนที่นั่งหลักภายในรถม้ามีสตรีสวมชุดกระโปรงยาวสีทองอ่อนนั่งอยู่ หญิงสาวมีใบหน้างดงามราวกับแกะสลักจากหยก ผิวขาวผ่อง งามสง่าเหนือใครเปรียบประดุจเทพธิดาหยก นางยิ้มบาง ๆ มองสาวใช้คนสนิทที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กพลางกล่าวว่า “โหยวเอ๋อร์ ชายแดนนั้นลำบากยากเข็ญ ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกไปเสียทุกเรื่อง”
“ถึงจะลำบาก แต่ตระกูลเถี่ยของพวกเราก็ให้ค่าตอบแทนพวกเขาดีกว่าที่อื่นนะเจ้าคะ” สาวน้อยที่ถูกเรียกว่าโหยวเอ๋อร์พึมพำเสียงเบา หญิงงามหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะถามหยอกล้อสาวใช้ว่าอยากอยู่เมืองอวี้เหมินนาน ๆ หรือไม่ โหยวเอ๋อร์รีบส่ายหน้าเพราะลมทรายที่นี่ไม่ดีต่อผิวพรรณ
หญิงงามมองผ่านม่านออกไป พลางถอนหายใจเบา ๆ “มิใช่ทุกเรื่องจะสามารถแก้ไ