บทที่ 44 โรงเตี๊ยมตระกูลเถี่ยวันถัดมานอกเมืองฉางผิง เมื่อวานพวกเขาเพิ่งได้รับป้ายมา วันนี้หลี่เต้าและอีกสี่คนก็เตรียมตัวจะออกเดินทาง พวกเขาอยู่ที่นี่จนเบื่อหน่ายแล้ว
หลี่เต้าขี่ม้าพลางมองดูอีกสี่คนที่เหลือ “ทุกคนเตรียมพร้อมกันหมดแล้วหรือไม่?”
เสิ่นซานยิ้มพลางกล่าว “พี่ใหญ่วางใจได้ ข้ารับรองจะพาสามคนนั่นไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย” แม้ว่าทุกคนจะได้รับอิสรภาพแล้ว แต่เสิ่นซานยังคงเรียกหลี่เต้าว่าพี่ใหญ่เช่นเดิม ตามคำพูดของเขาที่ว่า เป็นพี่ใหญ่วันเดียว ก็จะเป็นพี่ใหญ่ไปชั่วชีวิต
พูดง่าย ๆ คือการใช้ชีวิตในยุทธภพ ยิ่งมีมิตรสหายมากยิ่งมีหนทางมาก โดยเฉพาะการใช้ชีวิตในคุกนักโทษประหาร ทำให้เสิ่นซานเข้าใจว่าคนทั้งสี่รอบตัวเขาล้วนไม่ใช่คนธรรมดา ในฐานะที่ตนเป็นเพียงสามัญชน หากต้องการจะเอาตัวรอดก็ต้องพึ่งพาผู้มีอำนาจ และหลี่เต้าก็คือผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุด
หลี่เต้าพยักหน้า “เช่นนั้นก็ดีแล้ว พวกเจ้าระวังตัวให้ดี อย่าก่อเรื่องวุ่นวายเล่า” เนื่องจากเด็กบ้าถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเด็กพิษ แม้จะยังคงมีสติสัมปชัญญะอยู่บ้าง แต่กลับมีผลข้างเคียงร้ายแรง หากเด็กบ้ายังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป คงจะมีชีวิตอยู่ไม่เกินหนึ่งปี ดังนั้นเหล่ากุ่ยจึงตัดสินใจพาเด็กบ้าเดินทางไปยังเทือกเขาทางตอนใต้ของต้าเฉียนด้วยตนเอง เพื่อหาวิธีรักษา ส่วนสวีหู่ เนื่องจากไร้ที่ไปอีกทั้งยังสนิทสนมกับเด็กบ้า จึงตัดสินใจร่วมเดินทางไปคุ้มครองเหล่ากุ่