บทที่ 43 เว่ยอวิ๋นเป็นอิสระหนึ่งเดือนผ่านพ้นไปนับตั้งแต่เหตุการณ์โจมตีเมืองจ่างกู่และการกลับมาของเว่ยอวิ๋น เพื่อป้องกันไม่ให้ชนเผ่าลั่วอวิ๋นบุกโจมตีอีกครั้ง เว่ยอวิ๋นจึงย้ายกองกำลังที่เหลือของค่ายเว่ยอู่ไปยังเมืองร้างอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกของเมืองจ่างกู่ร้อยลี้
หลังจากการก่อสร้างผ่านไปหนึ่งเดือน เมืองจ่างกู่แห่งใหม่ก็เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างแล้ว และเว่ยอวิ๋นได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น ‘เมืองฉางผิง’ ความหมายแฝงคือ ความยั่งยืนยาวนานและความสงบสุข สิ่งเดียวที่ทำให้เว่ยอวิ๋นรู้สึกแปลกใจคือ เมื่อเขาตั้งชื่อฉางผิง สีหน้าของหลี่เต้าดูแปลกไปเล็กน้อย
วันหนึ่งภายในค่ายพักแห่งหนึ่งในเมืองฉางผิง หลี่เต้าและอีกสี่คนมารวมตัวกัน บนเตียงมีร่างของคนบ้าตัวน้อยที่ปกติมักจะคลุ้มคลั่งอยู่เป็นนิจ กลับนอนนิ่งสงบ
เหล่ากุ่ยกำลังจับชีพจรของคนบ้าตัวน้อยอย่างละเอียด ครู่หนึ่งผ่านไป เหล่ากุ่ยก็ปล่อยมือ “เรียบร้อยแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนบ้าตัวน้อยรีบลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว การที่ต้องนอนนิ่งเงียบเช่นนั้นทำให้เขาแทบทนไม่ไหว หากไม่ใช่เพราะทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นคนคุ้นเคย เขาคงคลุ้มคลั่งไปแล้ว
หลี่เต้าที่ยืนอยู่ด้านข้างเอ่ยถาม “เป็นอย่างไรบ้าง”
เหล่ากุ่ยส่ายหน้า “รักษาได้ แต่ไม่สามารถรักษาที่นี่ได้” เขามองเด็กบ้าแวบหนึ่งแล้วอธิบาย “ข้าเคยศึกษาเรื่องเด็กที่ถูกพิษกู่เช่นนี้มาก่อน