้ทั่วไป มีผู้คนมากมายที่มีชื่อและแซ่เดียวกัน เพียงแค่ชื่อเดียวนั้น เขาไม่กลัวว่าจะถูกผู้อื่นจับได้หรอก
หลังจากนั้น หลี่เต้าก็บอกข้อมูลทะเบียนที่ตนคิดไว้ให้เว่ยอวิ๋นจดลงในสมุดทะเบียน
“มา มา มา ถึงตาข้าแล้ว” หลี่เต้าเพิ่งพูดจบ เสิ่นซานก็นั่งลงข้าง ๆ อย่างไม่เกรงใจ ถึงอย่างไรเว่ยอวิ๋นก็อยู่ที่นี่ พวกเหล่ากุ่ยจึงไม่อยากแย่งชิงกับเขา ไม่นานทะเบียบบ้านของทั้งห้าก็ถูกบันทึกลงในสมุดเรียบร้อย
หลังจากลงทะเบียนเสร็จ เสิ่นซานก็รีบถามอย่างร้อนใจ “พวกเราจะออกจากสถานที่อัปมงคลนี้ได้เมื่อใด”
เว่ยอวิ๋นเก็บสมุดพลางกล่าว “แม้ว่าจะลงทะเบียนแล้ว แต่ยังต้องนำสมุดนี้ไปให้ผู้มีอำนาจบันทึก จากนั้นจึงจะทำแผ่นป้ายประจำตัวให้พวกเจ้า เมื่อได้แผ่นป้ายแล้วพวกเจ้าถึงจะสามารถเดินทางไปมาในดินแดนต่าง ๆ ของต้าเฉียนได้” หลี่เต้าเข้าใจดีว่าแผ่นป้ายประจำตัวนี้คืออะไร ในสมัยโบราณมันเปรียบเสมือนบัตรประจำตัวที่ใช้แสดงตน
……
สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ภายในกระโจม
เว่ยอวิ๋นแจกป้ายที่เป็นสัญลักษณ์แสดงตัวตนให้กับทั้งห้าคน การมีป้ายนี้แสดงว่าตัวตนของพวกเขาได้ถูกบันทึกไว้ในทะเบียนของราชสำนักต้าเฉียนอย่างเป็นทางการ ต่อให้ป้ายสูญหายก็สามารถขอทำใหม่ได้ ในขณะเดียวกันก็หมายความว่าทั้งห้าได้อำลาสถานะนักโทษประหารและได้รับตัวตนใหม่อย่างเป็นทางการ
ขณะที่สัมผัสแผ่นป้ายที่มีคุณภาพไม่ค่อยดีนักในมือ ในชั่วขณะนั้นหลี่เต้ารู้สึกราวกับโซ่ตรวนที่มอ