งไม่เห็นถูกปลดออกจากร่างของเขา ทั้งร่างกายและจิตใจรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่สุด ผ่านมาสามเดือนแล้วนับตั้งแต่ความทรงจำของเขาฟื้นคืนมา จากขุนนางขั้นสามสู่นักโทษประหาร และจากนักโทษประหารกลับคืนสู่สถานะปกติ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขาในตอนนี้ช่างเหมือนความฝันไปเสียทุกอย่าง
เขายังจำความรู้สึกสิ้นหวังในตอนที่เพิ่งกลายเป็นนักโทษประหารได้อย่างแจ่มชัด โชคดีที่ได้ตื่นรู้ถึงระบบ จึงทำให้เขาได้กลับมามีอิสรภาพอีกครั้งในวันนี้
“ดีใจสินะ” เว่ยอวิ๋นเดินมาอยู่ข้าง ๆ หลี่เต้าตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ เขาแย้มยิ้มบาง ๆ เข้าใจความรู้สึกของหลี่เต้าเป็นอย่างดี ทุกปีมีนักโทษประหารผ่านมือเขาไม่น้อย นักโทษประหารส่วนใหญ่ล้วนหมดหวังและชาชิน ส่วนคนที่มีความสามารถก็มีเพียงไม่กี่คน และพวกเขาทาได้เพียงอดทนไปได้ระยะหนึ่งเท่านั้น ก่อนจะจบชีวิตลงในภารกิจนักโทษประหารครั้งใดครั้งหนึ่ง จนถึงตอนนี้ หลี่เต้าและทั้งห้าคนเป็นกลุ่มแรกที่รอดชีวิตจนได้อิสรภาพจากมือเขา
“ย่อมต้องดีใจเป็นธรรมดา” หลี่เต้าเก็บป้ายอย่างระมัดระวัง แล้วหันกลับมายิ้มบาง ๆ “แม่ทัพเว่ย ท่านคงมีเรื่องจะพูดกับข้ากระมัง?”
เว่ยอวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่ง เขาส่ายหน้าพลางยิ้ม “ปิดบังเจ้าไม่ได้จริง ๆ” “ก็ได้ วันนี้นอกจากนำป้ายมาให้พวกเจ้าแล้ว ข้ายังมีเรื่องหนึ่งอยากถามเจ้า”
หลี่เต้าเลิกคิ้วขึ้น “เรื่องอะไรหรือ?”
เว่ยอวิ๋นกล่าวอย่างจริงจัง “ไม่ทราบว่าเจ้ามีความประสงค์จะเข้าร่