แต่เดิมเขาคิดว่าด้วยระดับพลังของเก้าห้าสองเจ็ดคงรับมือได้แค่ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนเท่านั้น ไม่คิดว่าจะสามารถรับมือกับผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนได้ด้วย
ในเวลาเดียวกัน เหล่าทหารของเผ่าลั่วอวิ๋นแยกย้ายกันออกไป จินซาที่อยู่ไม่ไกลก็เห็นการต่อสู้ระหว่างจินหัวกับหลี่เต้าเช่นกัน
“อืม!” เมื่อเห็นจินหัวเป็นฝ่ายเสียเปรียบ จินซาก็ลุกขึ้นยืนทันที แต่แล้วเขาก็ผ่อนคลายลง
“ยังมีอารมณ์มาเล่นอีก” จินซาแค่นเสียงหึอย่างเย็นชา
ในสายตาของเขา เห็นศัตรูโจมตีไม่หยุด ขณะที่จินหัวคอยหลบหลีกอยู่ตลอด จากความเข้าใจของเขาต่อพลังของจินหัว อีกฝ่ายมีโอกาสโต้กลับได้นับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับเลือกที่จะหลบหลีกอย่างเดียว หากไม่ใช่การเล่นสนุกแล้วจะเป็นอะไรได้? ดังนั้นเขาจึงไม่กังวล พิงเสาไม้ข้าง ๆ ดูต่อไป
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ สถานการณ์ของจินหัวตอนนี้เหมือนกำลังเดินบนเส้นลวดที่สูงหมื่นจั้ง ทุกย่างก้าวราวกับชีวิตถูกแขวนไว้บนเส้นด้าย
เพราะการโจมตีของหลี่เต้ารุนแรงยิ่งนัก อีกทั้งร่างของเขาราวกับไม่รู้จักความเหนื่อยล้า แต่ละดาบทั้งรวดเร็วและแม่นยำ เกือบทุกดาบล้วนพุ่งเป้าไปยังจุดที่เหมาะสมที่สุด แม้ว่าจินหัวจะมีวรยุทธ์ที่ยอดเยี่ยม แต่ทุกครั้งที่หลบหลีกก็ยังมีเหงื่อเย็นไหลไปทั่วร่าง
ในใจของเขาได้แต่สบถออกมา : ไอ้ปีศาจ! การโจมตีที่รวดเร็วเช่นนี้ มนุษย์ธรรมดาจะรับมือไหวได้อย่างไร?
แต่เดิมเขาคิดจะใช้วรยุทธ์อันเป็นจุดเด่นของตนเองเพื่อรอใ