างไรก็ตาม ในสายตาของเล่ยซิ่นที่อยู่ตรงหน้า การกระทำเช่นนี้เท่ากับเป็นการเดินเข้าหาความตายด้วยตัวเอง
ตูม!
เสียงหนึ่งดังขึ้น ไม้พลองที่ลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงของเล่ยซิ่นฟาดลงบนฝ่ามือของหลี่เต้า
แต่ภาพที่คาดการณ์ไว้กลับไม่เกิดขึ้น ท่ามกลางสีหน้าตะลึงงันของเล่ยซิ่น มือข้างนั้นกลับจับท่อนเหล็กไว้ได้อย่างมั่นคง ปล่อยให้เปลวเพลิงบนท่อนเหล็กลุกไหม้ต่อไป
“ดาบไร้นาม!”
ขณะเดียวกันเล่ยซิ่นก็พบว่าดาบยาวของอีกฝ่ายกำลังพุ่งเข้าจู่โจมมาที่เขา
ไม่ได้การ!
เล่ยซิ่นรู้สึกถึงสัญญาณอันตราย จึงยกไม้เหล็กขึ้นป้องกันตัวโดยสัญชาตญาณ แต่เพิ่งพบว่าไม้เหล็กของตนถูกอีกฝ่ายคว้าไว้ในมือเสียแล้ว
ฉึก!
ดาบเหล็กทมิฬพุ่งทะลุลำคอของเล่ยซิ่น
แม้ว่าผู้ฝึกยุทธ์กึ่งเซียนเทียนจะแข็งแกร่งถึงขนาดจัดการกับคนทั่วไปได้ราวกับตัดหญ้าหรือเหยียบมด แต่ร่างกายของพวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมากนัก
สรุปง่าย ๆ คือถ้าถูกฆ่าก็ต้องตายเช่นกัน
เมื่อเทียบกับสิ่งนี้แล้ว หลี่เต้ารู้สึกว่าระบบสังหารของตนนั้นแข็งแกร่งกว่า
ก่อนจะต่อสู้กับผู้อื่น ต้องเสริมเกราะให้ตัวเองก่อน การรักษาชีวิตสำคัญที่สุด
ดาบยาวถูกชักออก เลือดสด ๆ พุ่งทะลักออกมาจากลำคอของเล่ยซิ่น
นิ้วมือข้างหนึ่งของเขาชี้ไปที่หลี่เต้า ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขาผู้เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์กึ่งเซียนเทียน กลับต้องมาตายอย่างไร้ชื่อเสียงในมือของทหารธรรมดาผู้หนึ่ง นับเป็นความอัปยศอดสูที่สุดสำหรับ