เนื่องจากพื้นที่แถบนี้เป็นที่ราบทะเลทรายและมีเส้นทางผ่านเพียงเส้นเดียว จึงถือเป็นเส้นทางที่ขบวนขนส่งของเผ่าถ่ามู่ต้องผ่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้วยเหตุนี้เว่ยอวิ๋นจึงนำผู้คนมาซุ่มดักอยู่รอบ ๆ เส้นทางนี้
หลี่เต้าหาที่ซ่อนตัวได้เรียบร้อยแล้ว จึงพบว่าหัวหน้าหลิวพา ลูกน้องของเขามาอยู่ใกล้ ๆ
เขาแสดงสีหน้าสงสัย “หัวหน้าหลิว ท่านนี่……”
หัวหน้าหลิวโบกมือ “ไม่ต้องสนใจพวกข้า พวกข้าแค่อยากจะซุ่มดักพร้อมกับเจ้าเท่านั้น อย่างนี้จะปลอดภัยกว่า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลี่เต้าถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ แต่ก็ปล่อยให้พวกเขาทำตามใจ หัวหน้าหลิวไม่ใช่คนเดียวที่คิดเช่นนี้ ยังมีเสิ่นซานและคนอื่น ๆ อีกด้วย
พวกเขาต่างแอบซุ่มอยู่บริเวณใกล้ ๆ หลี่เต้าเช่นกัน
……
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า กระทั่งหนึ่งคืนผ่านพ้นไป แต่ก็ยังคงไม่เห็นขบวนลำเลียงของเผ่าถ่ามู่ปรากฏกายขึ้นมา
ท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผาอยู่เหนือศีรษะ เสิ่นซานเหงื่อท่วม ใบหน้าพลางเอ่ยว่า “ไอ้คนแซ่เว่ยจำผิดหรือไม่ ทำไมยังไม่มีใครมาเลย หากไม่มีใครมาสักที พวกเราก็ต้องยืนรออยู่อย่างนี้หรือ?”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา เหล่าทหารที่อยู่ข้างกายหัวหน้าหลิว ต่างจ้องมองเสิ่นซานด้วยสายตาไม่พอใจที่เขาเรียกเว่ยอวิ๋นด้วยถ้อยคำเช่นนั้น
แต่หากเขาจะใส่ใจเรื่องพวกนี้ คงไม่ใช่เสิ่นซานแล้ว
“ทำไมจะพูดไม่ได้เล่า แม้แต่นักโทษประหารก็ยังมีสิทธิ์มีเสียงด้วยกันทั้งนั้น”
“หยุดพูดเถอะ ข้าได้ยิน