ความเคลื่อนไหวแล้ว” หลี่เต้าเอ่ยปากขึ้นอย่างกะทันหัน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นซานก็หุบปากทันที ส่วนคนที่เหลือต่างลุกขึ้นสังเกตการณ์
เมื่อมองไปยังที่ไกล ๆ ก็เห็นขบวนรถม้าคณะหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเขา
ธงของขบวนรถนั้นเป็นธงประจำเผ่าถ่ามู่ ดูเหมือนจะเป็นขบวนที่ขนส่งลูกธนูหนึ่งแสนดอกนั่นเอง
หัวหน้าหลิวลุกขึ้นมองไปยังที่ไกล ๆ พลางขมวดคิ้ว “ขบวนนี้ดูเหมือนจะมีคนมากเกินไปหรือไม่? อย่างน้อยก็มีคนพันคน”
หนึ่งพันคน นี่มากพอที่จะก่อสงครามขนาดเล็กได้แล้ว
หลี่เต้าชำเลืองมองแวบหนึ่ง จู่ ๆ ก็สังเกตเห็นว่าในขบวนรถม้านี้มีธงประจำเผ่าสองเผ่าที่แตกต่างกัน จึงเอ่ยปากขึ้นว่า “ในนี้นอกจากคนของเผ่าถ่ามู่แล้ว ยังมีคนของเผ่าเลี่ยหั่วด้วย เลยดูเหมือนขบวนมีคนมากกว่าปกติ”
“เผ่าเลี่ยหั่วหรือ?”
หัวหน้าหลิวครุ่นคิดครู่หนึ่งก็วิเคราะห์สาเหตุออกอย่างรวดเร็ว “คงเป็นเพราะเรื่องของเผ่าลั่วอวิ๋นก่อนหน้านี้ ทำให้คนของเผ่าถ่ามู่ระแวดระวังมากขึ้น จึงขอยืมคนจากเผ่าเลี่ยหั่วมาคุ้มกันสินค้าชุดนี้”
ได้ยินว่าจำนวนศัตรูมีการเปลี่ยนแปลง สีหน้าของทุกคนเริ่มเคร่งเครียด แต่เดิมภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว ตอนนี้กลับมีตัวแปรเพิ่มขึ้นมาอีก นับว่าเป็นการเพิ่มความยากมากขึ้น
หลี่เต้าเห็นว่าทางด้านเว่ยอวิ๋นไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เช่นนั้น ก็คงจะต้องดำเนินภารกิจต่อไป
ซึ่งการซุ่มโจมตีต่อไปก็เป็นความคิดของเขาเช่นกัน
สำหรับเขาแล